ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เล่นหุ้นอย่างมีจินตนาการ ตอนที่ 3

ลูกศิษย์ : วันที่ผมขอระบายความในใจให้อาจารย์ฟังหน่อยนะครับ … คือว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมตามอ่านบทความและได้เข้าไปฟังการบรรยายของอาจารย์มาเป็นประจำ ผมชอบอาจารย์มากนะครับ


อาจารย์ : แต่ผมไม่ได้เป็นเXX ต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถตอบรับความปรารถนาดีของคุณได้


ลูกศิษย์ : ผมพูดผิดครับ ผมขอเปลี่ยนคำพูดจากชอบอาจารย์ เป็น ชอบแนวทางการลงทุนของอาจารย์


อาจารย์ถอนหายใจเพราะไม่ชอบทำให้ใครผิดหวัง และเสริมต่อว่า ตกลงคุณจะระบายเรื่องอื่นใช่หรือเปล่า


ลูกศิษย์ : ใช่ครับ จากแนวทางที่อาจารย์สอนในการลงทุน ผมได้ลองลงทุนตามแล้วเครียดมากเลยครับ เพราะตลาดหุ้นตกลงมาเรื่อยๆ จาก 1,550 จุด เหลือ เพียง 1,400 จุด ในช่วงเวลาไม่กี่เดือน ผมควรทำอย่างไรดีครับ


อาจารย์ : นอกจากคุณอ่านบทความผมแล้ว ผมเห็นว่าคุณควรอ่านหนังสือธรรมะด้วย เพราะการลงทุนที่ประสบความสำเร็จ คือ การต้องมีความมั่นคงในอารมณ์ และเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎของความไม่แน่นอน ดังนั้นวันนี้คุณอาจขาดทุน แต่พรุ่งนี้คุณอาจกำไร และจำไว้เสมอว่า เวลาคุณขาดทุน คุณขาดทุนอย่างจำกัด แต่เวลาคุณมีกำไร คุณมีกำไรอย่างไม่จำกัด


ลูกศิษย์ : หมายความว่าอย่างไรครับ ช่วยขยายความให้ด้วยครับ


อาจารย์ยกแก้วน้ำส้มปั่นขึ้นดูดแล้วจึงเริ่มอธิบายว่า “ สมมติว่าคุณลงทุนในหุ้น 1 ล้านบาท เวลาคุณขาดทุน คุณจะขาดทุนได้เต็มที่ คือ 1.0 ล้านบาท แล้วเวลาคุณมีกำไร คุณมีกำไรได้ตั้งแต่ 1 ล้านบาท จนถึง 100 ล้านบาท เลยก็ได้”


อีกอย่างหนึ่งที่คุณบอกว่าตลาดหุ้นตกจาก 1,500 จุด เหลือ 1,400 จุด จะเห็นว่า ตกลง 150 จุด คือ คิดเป็นการตกลงแค่ 10% เอง ซึ่งแทบไม่มีนัยสำคัญเลย และจงจำไว้ว่า ตกลงนี้อาจเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวเท่านั้น เพราะความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาด สิ่งที่สำคัญก็คือ หุ้นที่คุณลงทุนนั้นมีปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ หากคุณตรวจสอบพบว่า หุ้นที่คุณลงทุนยังคงมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีอยู่ และในอนาคตก็ยังจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง คุณก็ไม่ต้องทำอะไร แค่ อดทน…สงบสุข และก็อดทน..สงบสุข เท่านั้น


ลูกศิษย์ : อาจารย์สุดยอดจริงๆ ครับ ทำไมอาจารย์ถือหุ้นได้เป็นหลายปีเลยครับ ช่วยทำให้ผมกระจ่างได้หรือไม่ครับ


อาจารย์ : ก็ผมจินตนาการว่าจะรวยจากตลาดหุ้น ลองดูสมการนี้


เงินในอนาคต = เงินลงทุนเริ่มต้น x (1 + อัตราผลตอบแทนต่อปี) ^ ปี

เงินลงทุน1,000,000บาทอัตราผลตอบแทน12%ต่อปี
ระยะเวลา   10     20       30      40     50ปี
เงินในอนาคต3,105,8489,646,29329,959,92293,050,970289,002,190บาท

ลองคิดดูว่าถ้าผมลงทุนได้อัตราผลตอบแทนเท่ากับ 12% ต่อปี ด้วยเงินลงทุนเพียง 1 ล้านบาท พบว่า ในอีก 30 ปี ข้างหน้า ผมจะมีเงินถึง 30 ล้านบาท และถ้าผมมีอายุยืนทำให้สามารถลงทุนได้ 50 ปี ผมจะมีเงินถึง 289 ล้านบาท

แค่นี้ผมก็เกิดความสงบสุขแล้ว ได้สองเด้งเลย รวยด้วย และมีความสุขด้วย จะเห็นว่าการรวยต้องประกอบด้วย 2 องค์ประกอบด้วยกัน คือ จำนวนเงินลงทุนเริ่มต้น และระยะเวลาการลงทุนที่ยาวนาน เอาล่ะแค่นี้ก่อนนะเพราะผมจะไปปาร์ตี้แล้ว…

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ควรตั้งเป้ายอดขายขั้นต่ำเท่าไหร่

ถาม : ตอนนี้ผมทำธุรกิจส่วนตัว และต้องการตั้งเป้าหมายการขายให้กับฝ่ายขาย อาจารย์พอจะมีวิธีที่ใช้ประมาณการขายหรือเปล่าครับ ตอบ : การตั้งเป้าหมายในการขายให้กับฝ่ายขาย เราสามารถคำนวณหาได้จากจุดคุ้มทุนขาย (Break-Even point of Sales) คือ ยอดขายที่ทำไม่มีผลกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ หรือ ยอดขายที่พอดีกับค่าใช้จ่ายของกิจการ หรืออีกนัยหนึ่ง คือยอดขายขั้นต่ำที่ต้องให้กับฝ่ายขาย โดยมีสูตรดังนี้                                              จุดคุ้มทุนขาย  =   ค่าใช้จ่ายคงที่                                                  ...

ต้นทุนเงินทุน (WACC)

ต้นทุนเงินทุน (Cost of Capital) หรือ ที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไป คือ WACC (Weighted Average Cost of Capital) หมายถึง ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของเงินทุน  มีประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่ควรลงทุนในโครงการใดบ้างของบริษัท เช่น คุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนในโครงการใหม่ของบริษัท เป็นต้น อีกทั้ง WACC นี้ยังสามารถใช้ในการคำนวณหามูลค่าของกิจการ (Enterprise Value) และมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value of Stock) ได้อีกด้วย WACC ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ประเภท คือ :- ประเภทที่ 1 ต้นทุนจากการเงินกู้ยืม หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (kd)   ประเภทที่ 2 ต้นทุนจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น  หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (ke) เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ WACC ขอยกตัวอย่างประกอบดังนี้ บริษัท A มีเงินทุนประกอบด้วย เงินกู้จากเจ้าหนี้ที่มีดอกเบี้ย 100 ล้านบาท และเงินทุนจากผู้ถือหุ้น 100 ล้านบาท ดังนั้นเงินทุนทั้งหมดของกิจการ A คือ เงินกู้จากเจ้าหนี้ฯ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น = 100 + 100 ล้านบาท เท่ากับ 200 ล...

แกะรอยมูลค่าหุ้นที่แท้จริง

มูลค่าหุ้นที่แท้จริง (Intrinsic Value per Share : IVPS ) ประกอบด้วยมูลค่าหลัก 3 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้ [การคำนวณหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นได้อธิบายแล้วในบทความก่อนหน้านี้] มูลค่าส่วนที่ 1 คือ มูลค่าหุ้นตามบัญชี (Book Value per Share : BVPS ) คำนวณได้ตามงบดุล หรือ ปัจจุบันเรียกกันว่า งบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งมีสมการดังนี้                                   มูลค่าหุ้นตามบัญชี = ส่วนของผู้ถือหุ้น                                                                    จำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว  มูลค...

กระบวนการลงทุนแนว VI

เขียนแผนธุรกิจ (Business Plan)

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์   หนังสือ E Book "เขียนแผนธุรกิจ สร้างงบการเงิน ด้วยตนเอง"      สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.mebmarket.com     เนื้อหาตัวอย่างการจัดทำงบกำไรขาดทุนล่วงหน้า (Pro Forma Income Statement) โดยใช้ Excel   ภาพที่ 1 : การแสดงสูตรการ Link ไฟล์ Excel     ภาพที่ 2 : ผลลัพธ์จากการคำนวณ   ภาพที่แสดงนี้เป็นเพียงบางส่วน ซึ่งในหนังสือยังสอนการสร้างงบดุลล่วงหน้า (Pro Forma Balance Sheet) และงบกระแสเงินสดล่วงหน้า (Pro Forma Cash Flow) ไว้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสอนการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน โดยใช้เครื่องมือทางการเงิน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ผลตอบแทนที่แท้จริงของการลงทุน (IRR) และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) แถมด้วยการวิเคราะห์งบการเงินโดยใช้อ้ตราส่วนทางการเงิน (Ratio Analysis) คุ้มจริงๆ อ่านเล่มเดียว เหมือนเข้าเรียนหลักสูตรการบริหารการเงินแทบทั้งหมด หนังสือเล่มนี้เป็นงาน Master Piece ชิ้นหนึ่ง และมันเป็นงานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล... และหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตของคุณเช่นเดียวที...