Trade Size

🎯 การบริหารความเสี่ยง

ตอน: ขนาดการ Trade หุ้น

ขนาดการเทรด (Trade Size) มีไว้เพื่อ บริหารความเสี่ยง ในการลงทุน โดยยึดหลักสำคัญ 2 ข้อ คือ

  • 🔒 Limit Loss — จำกัดการขาดทุน
  • 🚀 Unlimited Profit — กำไรไม่มีเพดาน

💡 แนวคิดพื้นฐาน vs แนวคิดที่ดีกว่า

แบบทั่วไป: ขาดทุนมากที่สุด = เงินลงทุนทั้งหมด แต่กำไรได้แบบไม่มีเพดาน

แบบที่ดีกว่า: ขาดทุนมากที่สุด = เท่ากับจุด Cut Loss ที่ตั้งไว้เท่านั้น แต่ยังคงมี กำไรแบบไม่มีเพดาน เช่นเดิม ✅

📊 หลักการจัดขนาดพอร์ต

✅ ขนาดการเทรดหุ้น 10 ตัว ประมาณตัวละ 10% ของพอร์ต โดยตั้ง Cut Loss ที่ 10% ของแต่ละตัว

หมายเหตุ: ขนาดการเทรดสามารถเพิ่มขึ้นได้ตามแนวโน้มขาขึ้น เมื่อแรงซื้อมากและแรงขายน้อย

✅ ขาดทุนต่อตัว = 10% × 10% = 1% ของพอร์ต
รวม 10 ตัว = 10% ของพอร์ต (กรณีขาดทุนทุกตัวพร้อมกัน)

✅ หุ้น 1 ตัว ไม่ควรเกิน 25% ของพอร์ตทั้งหมด และตั้ง Cut Loss ที่ 5% - 10% หรือคิดเป็น 1.25% - 2.5% ของพอร์ต

📋 ตัวอย่างสรุป

รายการ สัดส่วน
ขนาดเทรดต่อตัว (ปกติ) 10% ของพอร์ต
ขนาดเทรดสูงสุดต่อตัว 25% ของพอร์ต
Cut Loss ต่อตัว 5% - 10%
ความเสี่ยงต่อพอร์ต (ต่อตัว) 1.25% - 2.5%

หัวใจของการเทรดหุ้น

"ขาดทุนจำกัด กำไรไม่จำกัด"

Kelly Model

📈 การกำหนดวงเงินในการซื้อหุ้น ด้วย Kelly Criterion

Kelly Criterion คือสูตรคณิตศาสตร์ที่ใช้คำนวณ "สัดส่วนเงินทุน" ที่เหมาะสมที่สุด สำหรับลงทุนในสินทรัพย์หนึ่ง ๆ โดยอ้างอิงจากอัตราชนะ (Win Rate) และอัตราส่วนกำไรต่อขาดทุน เพื่อช่วยให้นักลงทุนบริหารความเสี่ยงและเติบโตของเงินทุนในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

🧩 โจทย์ตัวอย่าง

  • สมมติมีหุ้น 1 ตัว ที่มี โอกาสทำกำไร (ชนะ) ได้ 4 บาท ต่อหุ้น
  • และมี โอกาสขาดทุน (แพ้) 2 บาท ต่อหุ้น
  • จากสถิติย้อนหลัง เทรดหุ้นตัวนี้ 100 ครั้ง ทำกำไรได้ 50 ครั้ง

คำถาม: ควรจัดสรรเงินลงทุนในหุ้นตัวนี้ด้วยสัดส่วนเท่าใด?

📐 สูตร Kelly Criterion

%K  =   W  −  (1 − W) / R
%K สัดส่วนเงินทุนที่ควรลงทุน (%)
W อัตราชนะ (Win Rate) = จำนวนครั้งที่กำไร ÷ จำนวนครั้งทั้งหมด
R อัตราส่วนกำไรต่อขาดทุน = โอกาสกำไร ÷ โอกาสขาดทุน

🧮 ขั้นตอนการคำนวณ

ขั้นที่ 1 — หาค่า W (อัตราชนะ)
W = 50 ÷ 100 × 100% = 50%
ขั้นที่ 2 — หาค่า R (อัตราส่วนกำไรต่อขาดทุน)
R = โอกาสกำไร ÷ โอกาสขาดทุน = 4 ÷ 2 = 2
ขั้นที่ 3 — แทนค่าในสูตร Kelly
%K = 50% − (1 − 50%) ÷ 2
%K = 50% − 25%
%K = 25%

✅ สรุปผลลัพธ์

หากมีเงินทุนทั้งหมด 500,000 บาท ควรจัดสรรเงินลงทุนในหุ้นตัวนี้ตามสัดส่วน Kelly ที่ 25%

จำนวนเงินที่ควรซื้อหุ้น = 500,000 × 25% = 125,000 บาท

📌 หมายเหตุ: ตัวเลขที่ได้จาก Kelly Criterion เป็น "Full Kelly" ซึ่งมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง นักลงทุนหลายคนจึงนิยมใช้แค่ครึ่งหนึ่ง (Half Kelly) เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน

Win Ratio

การกำหนด win ratio เพื่อเอาตัวรอดในการเล่นหุ้น ซึ่งมี สมการและตัวอย่างดังภาพต่อไปนี้


การพยากรณ์ Set Index

การประมาณการ set index สามารถทำได้โดยประยุกต์จากสมการ Earning Yield Gap (EYG)  โดยมีตัวอย่างตามภาพข้างล่างนี้



การเลือกหุ้นจากงบการเงิน

เทคนิคการกำหนดผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นโดยการอ้างอิงจากงบการเงินในอดีตและนโยบายการจ่ายเงินปันผลรวมถึงมูลค่าหุ้นที่แท้จริงและราคาหุ้นในตลาด

รายละเอียดตามภาพข้างล่างนี้


โพสต์แนะนำ

เลือกหุ้น เล่นหุ้น

ย้อนหลังกลับไปในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง บริษัททั้งเล็กและใหญ่ประสบปัญหาทางการเงินและเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก  ทางแก้ปัญหาข...