ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

P/E สูง ควรลงทุน ?

ลูกศิษย์ : ผมสงสัยว่าหุ้นที่มี P/E สูง สามารถลงทุนได้หรือไม่

อาจารย์ : จากประสบการณ์ของผมพบว่าหุ้นที่มี P/E สูง สามารถแบ่งหุ้นออกเป็น 3 กลุ่ม ได้ดังนี้

1) หุ้นกลุ่มฟื้นตัว (Turn Around Stocks) คือ หุ้นที่เป็นตัวแทนของบริษัทที่มีผลประกอบการตกต่ำ หรือ แทบไม่มีกำไรสุทธิ แต่จะฟื้นตัวในอนาคต ตัวอย่าง หุ้น A มีราคาหุ้น (P) 10 บาท แต่มีกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เพียง 0.1 บาท ดังนั้น P/E จะเท่ากับ 100 เท่า (10/0.1)  ต่อมาบริษัทนี้แห่งนี้มีการฟื้นตัวจนทำให้กำไรสุทธิต่อหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.1 บาท เป็น 1 บาท ดังนั้นหากราคาหุ้นเท่าเดิมคือ 10 บาท จะทำให้ P/E ลดลงจาก 100 เหลือเพียง 10 เท่า (100/10)

2) หุ้นกลุ่มเติบโตสูง (Hyper Growth Stocks) คือ หุ้นที่เป็นตัวแทนของบริษัทที่นักลงทุนคาดว่ามีผลประกอบเติบโตสูง หรือ กำไรสุทธิเติบโตสูงไม่น้อยกว่า P/E ต้วอย่าง หุ้น B มีราคาหุ้น (P) 30 บาท แต่มีกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เท่ากับ 1 บาท ดังนั้น P/E จะเท่ากับ 30 เท่า (30/1) บาท ซึ่งบริษัทแห่งนี้นักลงทุนคาดว่าจะต้องมีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้นสูงกว่า 30% ต่อปี

3) หุ้นกลุ่มเก็งกำไร (Speculative Stocks) คือ หุ้นที่เป็นตัวแทนของบริษัทที่มีผลประกอบการแทบไม่มีกำไร แต่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนักเก็งกำไร ส่งผลให้ราคาหุ้นวิ่งเกินจากกำไรสุทธิไปมาก

ดังนั้นหุ้นกลุ่มที่ 1) และ 2) เป็นหุ้นกลุ่มที่ลงทุนได้ และหุ้นกลุ่มที่ 3) ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยง ยกเว้นทำบุญทำทานมาเยอะมาก

ลูกศิษย์ : แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่าหุ้น P/E สูง ที่ผมสนใจเป็นหุ้นกลุ่มไหนจาก 3 กลุ่ม ที่อาจารย์บอกไว้
อาจารย์ : เรื่องมันยาว ไว้จะเล่าให้ฟังหากมีเวลา ตอนนี้ขอไปปั่นก่อน… โทษทีพูดผิดขอไปลงทุนก่อน
ลูกศิษย์คิดสงสัยท่าทางอาจารย์ทำบุญมาเยอะ…

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ควรตั้งเป้ายอดขายขั้นต่ำเท่าไหร่

ถาม : ตอนนี้ผมทำธุรกิจส่วนตัว และต้องการตั้งเป้าหมายการขายให้กับฝ่ายขาย อาจารย์พอจะมีวิธีที่ใช้ประมาณการขายหรือเปล่าครับ ตอบ : การตั้งเป้าหมายในการขายให้กับฝ่ายขาย เราสามารถคำนวณหาได้จากจุดคุ้มทุนขาย (Break-Even point of Sales) คือ ยอดขายที่ทำไม่มีผลกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ หรือ ยอดขายที่พอดีกับค่าใช้จ่ายของกิจการ หรืออีกนัยหนึ่ง คือยอดขายขั้นต่ำที่ต้องให้กับฝ่ายขาย โดยมีสูตรดังนี้                                              จุดคุ้มทุนขาย  =   ค่าใช้จ่ายคงที่                                                  ...

ต้นทุนเงินทุน (WACC)

ต้นทุนเงินทุน (Cost of Capital) หรือ ที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไป คือ WACC (Weighted Average Cost of Capital) หมายถึง ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของเงินทุน  มีประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่ควรลงทุนในโครงการใดบ้างของบริษัท เช่น คุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนในโครงการใหม่ของบริษัท เป็นต้น อีกทั้ง WACC นี้ยังสามารถใช้ในการคำนวณหามูลค่าของกิจการ (Enterprise Value) และมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value of Stock) ได้อีกด้วย WACC ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ประเภท คือ :- ประเภทที่ 1 ต้นทุนจากการเงินกู้ยืม หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (kd)   ประเภทที่ 2 ต้นทุนจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น  หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (ke) เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ WACC ขอยกตัวอย่างประกอบดังนี้ บริษัท A มีเงินทุนประกอบด้วย เงินกู้จากเจ้าหนี้ที่มีดอกเบี้ย 100 ล้านบาท และเงินทุนจากผู้ถือหุ้น 100 ล้านบาท ดังนั้นเงินทุนทั้งหมดของกิจการ A คือ เงินกู้จากเจ้าหนี้ฯ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น = 100 + 100 ล้านบาท เท่ากับ 200 ล...

แกะรอยมูลค่าหุ้นที่แท้จริง

มูลค่าหุ้นที่แท้จริง (Intrinsic Value per Share : IVPS ) ประกอบด้วยมูลค่าหลัก 3 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้ [การคำนวณหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นได้อธิบายแล้วในบทความก่อนหน้านี้] มูลค่าส่วนที่ 1 คือ มูลค่าหุ้นตามบัญชี (Book Value per Share : BVPS ) คำนวณได้ตามงบดุล หรือ ปัจจุบันเรียกกันว่า งบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งมีสมการดังนี้                                   มูลค่าหุ้นตามบัญชี = ส่วนของผู้ถือหุ้น                                                                    จำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว  มูลค...

กระบวนการลงทุนแนว VI

เขียนแผนธุรกิจ (Business Plan)

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์   หนังสือ E Book "เขียนแผนธุรกิจ สร้างงบการเงิน ด้วยตนเอง"      สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.mebmarket.com     เนื้อหาตัวอย่างการจัดทำงบกำไรขาดทุนล่วงหน้า (Pro Forma Income Statement) โดยใช้ Excel   ภาพที่ 1 : การแสดงสูตรการ Link ไฟล์ Excel     ภาพที่ 2 : ผลลัพธ์จากการคำนวณ   ภาพที่แสดงนี้เป็นเพียงบางส่วน ซึ่งในหนังสือยังสอนการสร้างงบดุลล่วงหน้า (Pro Forma Balance Sheet) และงบกระแสเงินสดล่วงหน้า (Pro Forma Cash Flow) ไว้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสอนการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน โดยใช้เครื่องมือทางการเงิน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ผลตอบแทนที่แท้จริงของการลงทุน (IRR) และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) แถมด้วยการวิเคราะห์งบการเงินโดยใช้อ้ตราส่วนทางการเงิน (Ratio Analysis) คุ้มจริงๆ อ่านเล่มเดียว เหมือนเข้าเรียนหลักสูตรการบริหารการเงินแทบทั้งหมด หนังสือเล่มนี้เป็นงาน Master Piece ชิ้นหนึ่ง และมันเป็นงานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล... และหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตของคุณเช่นเดียวที...