ทุ่ม: "เอ... พี่เท ช่วงนี้ผมกำลังจะเริ่มตั้งบริษัทกับเพื่อนๆ ครับ เห็นข้อมูลเรื่อง 'ทุนจดทะเบียน' กับ 'ทุนชำระแล้ว' แล้วยังงงๆ อยู่เลย มันต่างกันยังไงเหรอครับ แล้วทำไมเขาถึงบอกว่าต้องจ่ายให้ครบ?"
เท: "อ๋อ เป็นคำถามที่ดีมากทุ่ม เรื่องนี้สำคัญนะ! เอาแบบเข้าใจง่ายๆ เลยนะ... ทุนจดทะเบียน ก็เหมือนเป้าหมายหรือตัวเลขที่เราตั้งไว้บนกระดาษตอนจดบริษัท ส่วน ทุนชำระแล้ว คือเงินสดจริงๆ ที่ผู้ถือหุ้นควักกระเป๋าจ่ายค่าหุ้นเข้ามาในบริษัทจริงๆ"
ทุ่ม: "อ๋อ แล้วกฎหมายเขากำหนดไว้ยังไงบ้างครับพี่?"
เท: "กฎหมายบอกว่า ทุนที่ชำระแล้วเนี่ย จะต้องไม่ต่ำกว่า 25% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด แต่รู้ไหม... หลายคนชอบจดไว้สูงๆ แต่ทยอยจ่ายแค่ 25% เพราะคิดว่าค่อยจ่ายส่วนที่เหลือทีหลัง"
ทุ่ม: "เอ้า! มันไม่ดีเหรอครับพี่? ก็ประหยัดเงินในกระเป๋าเราไปก่อน ไม่ต้องเอาเงินสดมาจมไว้เยอะๆ"
เท: "อันนี้แหละที่อันตราย! ถือเป็นความเสี่ยงที่หลายคนมองข้าม เพราะเงินส่วนต่างที่ค้างชำระเนี่ย ในทางกฎหมายและบัญชีมันจะถูกมองว่าเป็น 'หนี้สินที่รอการชำระจากผู้ถือหุ้น' สมมติว่าวันดีคืนดีบริษัทเกิดเจ๊งขึ้นมาแล้วมีหนี้ท่วมท้น เจ้าหนี้เขามีสิทธิทางกฎหมายมาไล่บี้ให้ผู้ถือหุ้นอย่างเราต้องเอาเงินส่วนที่ค้างจ่ายเนี่ยมาจ่ายหนี้แทนบริษัทนะ!"
ทุ่ม: "โห... ฟังแล้วเสียวสันหลังเลย แบบนี้ถ้าเลี่ยงความเสี่ยง ควรทำยังไงดีครับพี่?"
เท: "ทางที่ดีที่สุดคือ ทยอยเรียกชำระค่าหุ้นให้เต็ม 100% ไปเลยจะปลอดภัยที่สุด ส่วนในอนาคตถ้าบริษัทโตและต้องการขยายกิจการ ค่อยใช้วิธี 'เพิ่มทุน' เป็นรอบๆ ไป โดยจัดสรรหุ้นให้ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนเดิม"
ทุ่ม: "แล้วที่เขาบอกกันว่าอย่าจดทุนเกิน 5 ล้าน นี่มันเกี่ยวกับอะไรครับพี่เท?"
เท: "นั่นแหละประเด็นเด็ด! เพราะกรมสรรพากรเขามีเกณฑ์พิเศษสำหรับ SME อยู่ ถ้าบริษัทเราเข้าเกณฑ์นี้ จะได้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลแบบคุ้มมาก โดยเกณฑ์ที่ว่ามี 2 ข้อที่ต้องเข้าพร้อมกันนะ
- ทุนที่ชำระแล้ว ในวันสุดท้ายของรอบบัญชี ต้องไม่เกิน 5 ล้านบาท
- รายได้จากการขายสินค้าและบริการ ในรอบบัญชีนั้น ต้องไม่เกิน 30 ล้านบาท"
ทุ่ม: "แล้วถ้าเข้าเกณฑ์ SME จะเสียภาษีต่างจากบริษัททั่วไปเยอะไหมครับ?"
เท: "ต่างเยอะเลย! ลองดูตารางนี้นะ
| กำไรสุทธิ | SME (เข้าเกณฑ์) | บริษัททั่วไป |
|---|---|---|
| 0 – 300,000 บาท | ยกเว้นภาษี | 20% |
| 300,001 – 3,000,000 บาท | 15% | 20% |
| เกิน 3,000,000 บาท | 20% | 20% |
เห็นไหมว่าแค่สามแสนแรกก็ไม่ต้องเสียภาษีแล้ว ส่วนช่วงถัดไปก็จ่ายแค่ 15% ประหยัดไปได้หลายแสนบาทต่อปีเลยนะ"
ทุ่ม: "โห! แสดงว่าถ้าเราดันไปจดทุนไว้ 10 ล้าน ทั้งๆ ที่ธุรกิจยังเล็ก ก็เท่ากับเสียสิทธิตรงนี้ไปฟรีๆ เลยสิครับ"
เท: "ถูกต้องเป๊ะ! แถมยังต้องแบกภาระหาเงินมาชำระค่าหุ้นให้ครบอีกต่างหาก เพราะงั้นช่วงเริ่มต้นแนะนำให้ตั้งทุนตามความจำเป็นจริงๆ ไม่เกิน 5 ล้านบาท แล้วค่อยเพิ่มทุนทีหลังตอนธุรกิจโตจริงๆ จะคุ้มกว่าเยอะ"
ทุ่ม: "กระจ่างเลยครับพี่เท! แบบนี้คงต้องกลับไปคุยกับแก๊งเพื่อนใหม่แล้วว่าจะปรับแผนเรื่องทุนจดทะเบียนซะใหม่ ขอบคุณมากครับพี่!"
สรุปสั้นๆ สำหรับคนเริ่มต้นธุรกิจ
- ชำระค่าหุ้นให้ครบ 100% เพื่อตัดความเสี่ยงเรื่องหนี้ค้างชำระ
- ตั้งทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท เพื่อรักษาสิทธิ SME
- คุมรายได้ให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบบัญชี
- ขยายกิจการเมื่อไหร่ ค่อยเพิ่มทุนตามสัดส่วนผู้ถือหุ้นเดิม
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น