ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เล่นหุ้นอย่างมีจินตนาการ ตอนที่ 1

ลูกศิษย์ : ผมอยากรู้ว่าอาจารย์มีเคล็ดลับพิเศษอื่นเพิ่มเติมหรือเปล่าที่จะทำกำไรจากตลาดหุ้น

อาจารย์ : เคล็ดลับที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ ต้องมีจินตนาการในการเล่นหุ้น

ลูกศิษย์ : จินตนาการในการเล่นหุ้น เป็นอย่างไรครับ

อาจารย์ : ก่อนจะตอบ ขอถามคุณเคยเห็นดูฟุตบอลหรือเปล่า

ลูกศิษย์ : เคยดูแน่นอนครับ ทำไมหรือครับ

อาจารย์ : คุณเคยเห็นจินตนาการในการเล่นฟุตบอลหรือเปล่า

ลูกศิษย์ : จินตนาการในการเล่นฟุตบอล คือ การเล่นบอลแบบฝ่ายตรงข้ามคาดการณ์ไม่ถึงใช่หรือเปล่าครับ

อาจารย์ : ถูกต้อง เพราะจินตนาการ คือ การคิดล่วงหน้าออกไปว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรแล้ว แล้วเล่นไปตามความคิดของตนเอง ดังนั้น ทีมบอลที่จะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีนักเต๊ะที่มีจินตนาการในการเล่น เพราะเขาสามารถเปลี่ยนจากเกมรับกลายเป็นเกมรุกทันที โดยฝ่ายตรงกันข้ามไม่ทันตั้งตัว และเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะไปในที่สุด

ส่วนจินตนาการในการเล่นหุ้น คือ การเล่นหุ้นแบบตลาดหุ้นคาดไม่ถึง ซึ่งนักลงทุนระดับโลกก็ทำกันเป็นประจำ ยกตัวอย่าง กรณีง่ายๆ ก็คือ ซื้อหุ้นแบบทุ่มสุดตัว เมื่อตลาดตกหนักๆ ซึ่งจะเห็นว่าการกระทำแบบนี้คนส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นคาดไม่ถึงว่าจะยังมีคนกล้าซื้อ

ที่นักลงทุนระดับโลกทำกัน เพราะเขาจินตนาการออกว่า หุ้นที่ตกหนักๆเหล่านั้นจะเด้งกลับมาอย่างแน่นอนในอนาคต เพราะเขาเข้าใจปรัชญาการลงทุนที่สำคัญ ก็คือ ราคาหุ้นจะปรับตัวเข้าใกล้มูลค่าที่แท้จริงของมันเองเสมอ (Intrinsic Value : V) ในระยะยาว

คุณลองจินตนาการตามที่ผมบอก มีข่าวว่ากรีซจะเบี้ยวหนี้ไม่ยอมจ่ายหนี้ให้กับกลุ่มเจ้าหนี้ ตลาดหุ้นจึงมีการตกลงอย่างรุนแรงเพราะไม่ชอบข่าวร้าย เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ก็เกิดจินตนาการว่าเศรษฐกิจยุโรปจะพังพินาศ และเศรษฐกิจโลกจะพังตามไปด้วย

หุ้น A ซึ่งอยู่ในตลาดหุ้น ก็รับพลอยได้รับข่าวร้ายไปด้วย ทำให้ราคาหุ้น (Market Price : P) ตกลงจาก 100 บาทต่อหุ้น เหลือเพียง 50 บาทต่อหุ้น ทั้งๆที่หุ้น A ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆในการทำธุรกิจกับกรีซ ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าให้กรีซ หรือ การลงทุนในกรีซ

แต่คุณลองจินตนาการแตกต่างว่าหากคุณซื้อหุ้น A ที่ราคาหุ้น 50 บาทต่อหุ้น และถือหุ้น A ไว้ก่อน โดยใช้กลยุทธ์ซื้อแล้วถือ (Buy and Hold Strategy) โดยรอให้ข่าวร้ายผ่านไป แล้วโลกจะกลับเข้าสู่สมดุลเหมือนเดิม เพราะมันรักษาตัวเองเป็นประจำอยู่แล้ว สังเกตได้จากทุกวิกฤตเศรษฐกิจ จะมีการฟื้นตัวกลับมาเสมอ เพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น

เหมือนทุกอย่างผ่านไป เพราะเวลาไม่เคยหยุดเดิน พบว่า หุ้น A ราคาเพิ่มขึ้นไปในราคาเดิม คือ 100 บาทต่อหุ้น จะพบว่าความพิศวงของตัวเลขก็คือ คุณกำไร 100% ทั้งที่ตอนที่หุ้นตกมันตกลง 50% เท่านั้น ปริศนานี้ไขด้วยสมการดังนี้

หุ้นตก = (ราคาหุ้นก่อนตก – ราคาหุ้นตก) x 100% / ราคาหุ้นก่อนตก ………….. (1)

กำไร   = (ราคาหุ้นขี้น – ราคาหุ้นตก) x 100% / ราคาหุ้นตก ………………(2)

แทนค่าในสมการ (1) และ (2)

หุ้นตก = (100 – 50) x 100% / 100 = 50%

กำไร = (100 – 50) x 100% / 50 = 100%

จะเห็นได้ว่า ทำไมเราต้องซื้อหุ้นตอนตก เพราะมันสร้างผลตอบแทนสูงขึ้นเป็นเท่าตัวเทียบกับภาวะปรกติ การซื้อหุ้นตอนตกเป็นการติดเทอร์โบให้กับการลงทุน

ลูกศิษย์ : แค่จินตนาการตามอาจารย์ผมก็มีความสุขมากแล้วครับ

อาจารย์ : ต้องแบบนี้ ยังไม่ทันได้ซื้อหุ้นก็มีความสุขแล้ว คุ้มจริงๆ ได้ทั้งความสุข ได้ทั้งเงิน เปรียบได้กับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ควรตั้งเป้ายอดขายขั้นต่ำเท่าไหร่

ถาม : ตอนนี้ผมทำธุรกิจส่วนตัว และต้องการตั้งเป้าหมายการขายให้กับฝ่ายขาย อาจารย์พอจะมีวิธีที่ใช้ประมาณการขายหรือเปล่าครับ ตอบ : การตั้งเป้าหมายในการขายให้กับฝ่ายขาย เราสามารถคำนวณหาได้จากจุดคุ้มทุนขาย (Break-Even point of Sales) คือ ยอดขายที่ทำไม่มีผลกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ หรือ ยอดขายที่พอดีกับค่าใช้จ่ายของกิจการ หรืออีกนัยหนึ่ง คือยอดขายขั้นต่ำที่ต้องให้กับฝ่ายขาย โดยมีสูตรดังนี้                                              จุดคุ้มทุนขาย  =   ค่าใช้จ่ายคงที่                                                  ...

ต้นทุนเงินทุน (WACC)

ต้นทุนเงินทุน (Cost of Capital) หรือ ที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไป คือ WACC (Weighted Average Cost of Capital) หมายถึง ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของเงินทุน  มีประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่ควรลงทุนในโครงการใดบ้างของบริษัท เช่น คุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนในโครงการใหม่ของบริษัท เป็นต้น อีกทั้ง WACC นี้ยังสามารถใช้ในการคำนวณหามูลค่าของกิจการ (Enterprise Value) และมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value of Stock) ได้อีกด้วย WACC ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ประเภท คือ :- ประเภทที่ 1 ต้นทุนจากการเงินกู้ยืม หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (kd)   ประเภทที่ 2 ต้นทุนจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น  หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (ke) เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ WACC ขอยกตัวอย่างประกอบดังนี้ บริษัท A มีเงินทุนประกอบด้วย เงินกู้จากเจ้าหนี้ที่มีดอกเบี้ย 100 ล้านบาท และเงินทุนจากผู้ถือหุ้น 100 ล้านบาท ดังนั้นเงินทุนทั้งหมดของกิจการ A คือ เงินกู้จากเจ้าหนี้ฯ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น = 100 + 100 ล้านบาท เท่ากับ 200 ล...

แกะรอยมูลค่าหุ้นที่แท้จริง

มูลค่าหุ้นที่แท้จริง (Intrinsic Value per Share : IVPS ) ประกอบด้วยมูลค่าหลัก 3 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้ [การคำนวณหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นได้อธิบายแล้วในบทความก่อนหน้านี้] มูลค่าส่วนที่ 1 คือ มูลค่าหุ้นตามบัญชี (Book Value per Share : BVPS ) คำนวณได้ตามงบดุล หรือ ปัจจุบันเรียกกันว่า งบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งมีสมการดังนี้                                   มูลค่าหุ้นตามบัญชี = ส่วนของผู้ถือหุ้น                                                                    จำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว  มูลค...

กระบวนการลงทุนแนว VI

เขียนแผนธุรกิจ (Business Plan)

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์   หนังสือ E Book "เขียนแผนธุรกิจ สร้างงบการเงิน ด้วยตนเอง"      สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.mebmarket.com     เนื้อหาตัวอย่างการจัดทำงบกำไรขาดทุนล่วงหน้า (Pro Forma Income Statement) โดยใช้ Excel   ภาพที่ 1 : การแสดงสูตรการ Link ไฟล์ Excel     ภาพที่ 2 : ผลลัพธ์จากการคำนวณ   ภาพที่แสดงนี้เป็นเพียงบางส่วน ซึ่งในหนังสือยังสอนการสร้างงบดุลล่วงหน้า (Pro Forma Balance Sheet) และงบกระแสเงินสดล่วงหน้า (Pro Forma Cash Flow) ไว้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสอนการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน โดยใช้เครื่องมือทางการเงิน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ผลตอบแทนที่แท้จริงของการลงทุน (IRR) และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) แถมด้วยการวิเคราะห์งบการเงินโดยใช้อ้ตราส่วนทางการเงิน (Ratio Analysis) คุ้มจริงๆ อ่านเล่มเดียว เหมือนเข้าเรียนหลักสูตรการบริหารการเงินแทบทั้งหมด หนังสือเล่มนี้เป็นงาน Master Piece ชิ้นหนึ่ง และมันเป็นงานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล... และหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตของคุณเช่นเดียวที...