ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทำไมราคาหุ้นหยุดตก (ต่อ)

จากบทความก่อนหน้านี้ที่กล่าวว่า “เมื่อราคาหุ้นลดลงจะทำให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลเพิ่มขึ้น จนในที่สุดราคาหุ้นจะไม่ลดลงอีกเพราะนักลงทุนจะรู้สึกว่าได้รับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงมากจึงเริ่มมีแรงซื้อมากกว่าแรกขาย ตรงจุดนั้นจึงเป็นจุดต่ำสุด หรือใกล้เคียงกับจุดต่ำสุด”

กล่าวเพิ่มเติมได้ว่าเมื่อราคาหุ้นตกลงมากความเสี่ยงจะลดลง แต่ผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งตลาดหุ้นจะปรับไปสู่สมดุลในเวลาต่อมาคือ ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ผลตอบแทนจากการลงทุนลดลง โดยสามารถอธิบายเป็นวัฏจักรได้ดังนี้

ขั้นที่ 1 ราคาหุ้นและตลาดหุ้นมีความสมเหตุผลพอสมควร คือ ราคาหุ้น (P) เท่ากับ 12 บาท และกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เท่ากับ 1 บาท ดังนั้น P/E = 12 เท่า (12/1) และจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) เท่ากับ 0.5 บาท ดังนั้น Dividend Yield เท่ากับ 4.2% (0.5x100%/12)

กล่าวคือ ความเสี่ยงปรกติ และอัตราผลตอบแทนเท่ากับ 4.2% ต่อปี

ขั้นที่ 2 ราคาหุ้นและตลาดหุ้นตื่นตระหนกแบบขาดเหตุผลจากข่าวร้ายต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ราคาหุ้น (P) ลดลงจาก 12 บาท เหลือ 6 บาท หรือลดลง 50% แต่กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่าเดิม 1 บาท ดังนั้น P/E = 6 เท่า (6/1) และจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) เท่ากับ 0.5 บาท ดังนั้น Dividend Yield เท่ากับ 8.3% (0.5x100%/6)

กล่าวคือ ความเสี่ยงลดลงเพราะกำไรสุทธิและเงินปันผลเหมือนเดิมแต่ราคาหุ้นกลับลดลงไม่สอดคล้องกับพื้นฐานหุ้น ในขณะที่อัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้นจาก 4.2% เป็น 8.3% ต่อปี

ขั้นที่ 3 ราคาหุ้นและตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเพราะหายตกใจจากข่าวร้ายต่างๆ ส่งผลให้ราคาหุ้นกลับไปเท่ากับขั้นตอนที่ 1

กล่าวคือ ตลาดหุ้นปรับสมดุล คือกลับไปที่ความเสี่ยงปรกติ และอัตราผลตอบแทนตามปรกติ นั่นหมายถึงตลาดหุ้นกลับมีเหตุผลอีกครั้งหนึ่ง

สรุปได้ว่า นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จต้องมีเหตุผลในขณะที่ตลาดหุ้นไร้เหตุผล เพราะเขาจะลงทุนในขั้นตอนที่ 2 และทำกำไรในขั้นตอนที่ 3 แม้ว่าตลาดหุ้นจะไม่มีเหตุผลไปอีกนาน เขายังคงได้ประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ยอดเยี่ยมอยู่ดี เปรียบเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว นกตัวที่หนึ่ง คือ เงินปันผล (Dividend Yield) และนักตัวที่สอง คือ กำไรจากราคาหุ้น (Capital Gain)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ควรตั้งเป้ายอดขายขั้นต่ำเท่าไหร่

ถาม : ตอนนี้ผมทำธุรกิจส่วนตัว และต้องการตั้งเป้าหมายการขายให้กับฝ่ายขาย อาจารย์พอจะมีวิธีที่ใช้ประมาณการขายหรือเปล่าครับ ตอบ : การตั้งเป้าหมายในการขายให้กับฝ่ายขาย เราสามารถคำนวณหาได้จากจุดคุ้มทุนขาย (Break-Even point of Sales) คือ ยอดขายที่ทำไม่มีผลกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ หรือ ยอดขายที่พอดีกับค่าใช้จ่ายของกิจการ หรืออีกนัยหนึ่ง คือยอดขายขั้นต่ำที่ต้องให้กับฝ่ายขาย โดยมีสูตรดังนี้                                              จุดคุ้มทุนขาย  =   ค่าใช้จ่ายคงที่                                                  ...

ต้นทุนเงินทุน (WACC)

ต้นทุนเงินทุน (Cost of Capital) หรือ ที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไป คือ WACC (Weighted Average Cost of Capital) หมายถึง ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของเงินทุน  มีประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่ควรลงทุนในโครงการใดบ้างของบริษัท เช่น คุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนในโครงการใหม่ของบริษัท เป็นต้น อีกทั้ง WACC นี้ยังสามารถใช้ในการคำนวณหามูลค่าของกิจการ (Enterprise Value) และมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value of Stock) ได้อีกด้วย WACC ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ประเภท คือ :- ประเภทที่ 1 ต้นทุนจากการเงินกู้ยืม หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (kd)   ประเภทที่ 2 ต้นทุนจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น  หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (ke) เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ WACC ขอยกตัวอย่างประกอบดังนี้ บริษัท A มีเงินทุนประกอบด้วย เงินกู้จากเจ้าหนี้ที่มีดอกเบี้ย 100 ล้านบาท และเงินทุนจากผู้ถือหุ้น 100 ล้านบาท ดังนั้นเงินทุนทั้งหมดของกิจการ A คือ เงินกู้จากเจ้าหนี้ฯ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น = 100 + 100 ล้านบาท เท่ากับ 200 ล...

แกะรอยมูลค่าหุ้นที่แท้จริง

มูลค่าหุ้นที่แท้จริง (Intrinsic Value per Share : IVPS ) ประกอบด้วยมูลค่าหลัก 3 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้ [การคำนวณหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นได้อธิบายแล้วในบทความก่อนหน้านี้] มูลค่าส่วนที่ 1 คือ มูลค่าหุ้นตามบัญชี (Book Value per Share : BVPS ) คำนวณได้ตามงบดุล หรือ ปัจจุบันเรียกกันว่า งบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งมีสมการดังนี้                                   มูลค่าหุ้นตามบัญชี = ส่วนของผู้ถือหุ้น                                                                    จำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว  มูลค...

กระบวนการลงทุนแนว VI

เขียนแผนธุรกิจ (Business Plan)

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์   หนังสือ E Book "เขียนแผนธุรกิจ สร้างงบการเงิน ด้วยตนเอง"      สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.mebmarket.com     เนื้อหาตัวอย่างการจัดทำงบกำไรขาดทุนล่วงหน้า (Pro Forma Income Statement) โดยใช้ Excel   ภาพที่ 1 : การแสดงสูตรการ Link ไฟล์ Excel     ภาพที่ 2 : ผลลัพธ์จากการคำนวณ   ภาพที่แสดงนี้เป็นเพียงบางส่วน ซึ่งในหนังสือยังสอนการสร้างงบดุลล่วงหน้า (Pro Forma Balance Sheet) และงบกระแสเงินสดล่วงหน้า (Pro Forma Cash Flow) ไว้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสอนการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน โดยใช้เครื่องมือทางการเงิน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ผลตอบแทนที่แท้จริงของการลงทุน (IRR) และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) แถมด้วยการวิเคราะห์งบการเงินโดยใช้อ้ตราส่วนทางการเงิน (Ratio Analysis) คุ้มจริงๆ อ่านเล่มเดียว เหมือนเข้าเรียนหลักสูตรการบริหารการเงินแทบทั้งหมด หนังสือเล่มนี้เป็นงาน Master Piece ชิ้นหนึ่ง และมันเป็นงานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล... และหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตของคุณเช่นเดียวที...