ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หุ้นค้าปลีกระดับโลก (Global Retail Stock)

ท่ามกลางสายฝนและลมพายุที่กระหน่ำซ้ำไปซ้ำมา ราวกับว่าจะมีภัยพิบัติรออยู่ข้างหน้า รถผมนิ่งสนิทติดอยู่บนทางด่วน ผมหันไปมาเพื่อสำรวจรอบๆว่าผู้คนที่มีชะตากรรมเดียวกันกำลังทำอะไรอยู่ ส่วนใหญ่ที่เห็นทุกคนจ้องมองโทรศัพท์มือถือของตนเอง เหมือนกับว่าได้สิ้นสุดการเดินทางแล้ว คงมีแต่ผมคนเดียวเท่านั้นที่จดจ่ออยู่กับว่าเมื่อไหร่รถจะเคลื่อนตัวซะที

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "หนึ่งนาทีของคนเราไม่เท่ากัน"

ดังนั้นหากผมต้องการให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วคงต้องหากิจกรรมสักอย่างหนึ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุข ผมเอื้อมมือไปหยิบงบการเงินของบริษัทค้าปลีกระดับโลกที่เก็บไว้มาเกือบ 1 ปี เพื่อวิเคราะห์ว่าบริษัทระดับโลกเขามีอัตราส่วนทางการเงินเป็นอย่างไร

จากการวิเคราะห์พบว่าบริษัทแห่งนี้มีอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญดังนี้

1) ยอดขายเติบโตเฉลี่ย 10 ปี เท่ากับ 10% ต่อปี

2) กำไรจากการดำเนินงานเติบโตเฉลี่ย 10 ปี เท่ากับ 9% ต่อปี

3) อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) เฉลี่ย 10 ปี เท่ากับ 50%

4) อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit Margin) เฉลี่ย 10 ปี เท่ากับ 15% ต่อปี

5) ROIC เฉลี่ย 10 ปี เท่ากับ 30% ต่อปี

6) ความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) มากกว่า 200 เท่า

7) หนี้สินต่อทุน (D/E) เท่ากับ 0.5 เท่า

8)  อัตราส่วนทุนหมุนเวียน (Current Ratio) เฉลี่ย 10 ปี เท่ากับ 2 เท่า

9) รอบหมุนเวียนเงินสด (Cash Conversion Cycle) เฉลี่ย 10 ปี เท่ากับ 10 วัน

จากอัตราส่วนทางการเงินข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า บริษัทมีการเติบโตปานกลาง ดูได้จากข้อ 1) - 2) แต่ความสามารถในการทำกำไรสูงมาก ดูได้จาก ข้อ 3) - 5) มีความเสี่ยงทางการเงิน (Financial Risk) ต่ำ ดูได้จาก ข้อ 6) - 7) และมีสภาพคล่องสูงมาก ดูได้จาก ข้อ 8) - 9)

สรุปอีกครั้งได้ว่า สุดยอดจริงๆ งบสวยแบบไม่มีที่ติส่งประกวดได้เลยครับ เกิดความสุขโชยขึ้นมาเป็นระยะๆ มโนต่อได้ว่าเจอะหุ้นทองคำอีกแล้วครับท่าน

เสียงแตรดังลั่นจากรถคันหลัง....ผมยกมือขึ้นขอโทษแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ควรตั้งเป้ายอดขายขั้นต่ำเท่าไหร่

ถาม : ตอนนี้ผมทำธุรกิจส่วนตัว และต้องการตั้งเป้าหมายการขายให้กับฝ่ายขาย อาจารย์พอจะมีวิธีที่ใช้ประมาณการขายหรือเปล่าครับ ตอบ : การตั้งเป้าหมายในการขายให้กับฝ่ายขาย เราสามารถคำนวณหาได้จากจุดคุ้มทุนขาย (Break-Even point of Sales) คือ ยอดขายที่ทำไม่มีผลกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ หรือ ยอดขายที่พอดีกับค่าใช้จ่ายของกิจการ หรืออีกนัยหนึ่ง คือยอดขายขั้นต่ำที่ต้องให้กับฝ่ายขาย โดยมีสูตรดังนี้                                              จุดคุ้มทุนขาย  =   ค่าใช้จ่ายคงที่                                                  ...

ต้นทุนเงินทุน (WACC)

ต้นทุนเงินทุน (Cost of Capital) หรือ ที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไป คือ WACC (Weighted Average Cost of Capital) หมายถึง ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของเงินทุน  มีประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่ควรลงทุนในโครงการใดบ้างของบริษัท เช่น คุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนในโครงการใหม่ของบริษัท เป็นต้น อีกทั้ง WACC นี้ยังสามารถใช้ในการคำนวณหามูลค่าของกิจการ (Enterprise Value) และมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value of Stock) ได้อีกด้วย WACC ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ประเภท คือ :- ประเภทที่ 1 ต้นทุนจากการเงินกู้ยืม หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (kd)   ประเภทที่ 2 ต้นทุนจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น  หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (ke) เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ WACC ขอยกตัวอย่างประกอบดังนี้ บริษัท A มีเงินทุนประกอบด้วย เงินกู้จากเจ้าหนี้ที่มีดอกเบี้ย 100 ล้านบาท และเงินทุนจากผู้ถือหุ้น 100 ล้านบาท ดังนั้นเงินทุนทั้งหมดของกิจการ A คือ เงินกู้จากเจ้าหนี้ฯ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น = 100 + 100 ล้านบาท เท่ากับ 200 ล...

แกะรอยมูลค่าหุ้นที่แท้จริง

มูลค่าหุ้นที่แท้จริง (Intrinsic Value per Share : IVPS ) ประกอบด้วยมูลค่าหลัก 3 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้ [การคำนวณหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นได้อธิบายแล้วในบทความก่อนหน้านี้] มูลค่าส่วนที่ 1 คือ มูลค่าหุ้นตามบัญชี (Book Value per Share : BVPS ) คำนวณได้ตามงบดุล หรือ ปัจจุบันเรียกกันว่า งบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งมีสมการดังนี้                                   มูลค่าหุ้นตามบัญชี = ส่วนของผู้ถือหุ้น                                                                    จำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว  มูลค...

กระบวนการลงทุนแนว VI

เขียนแผนธุรกิจ (Business Plan)

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์   หนังสือ E Book "เขียนแผนธุรกิจ สร้างงบการเงิน ด้วยตนเอง"      สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.mebmarket.com     เนื้อหาตัวอย่างการจัดทำงบกำไรขาดทุนล่วงหน้า (Pro Forma Income Statement) โดยใช้ Excel   ภาพที่ 1 : การแสดงสูตรการ Link ไฟล์ Excel     ภาพที่ 2 : ผลลัพธ์จากการคำนวณ   ภาพที่แสดงนี้เป็นเพียงบางส่วน ซึ่งในหนังสือยังสอนการสร้างงบดุลล่วงหน้า (Pro Forma Balance Sheet) และงบกระแสเงินสดล่วงหน้า (Pro Forma Cash Flow) ไว้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสอนการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน โดยใช้เครื่องมือทางการเงิน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ผลตอบแทนที่แท้จริงของการลงทุน (IRR) และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) แถมด้วยการวิเคราะห์งบการเงินโดยใช้อ้ตราส่วนทางการเงิน (Ratio Analysis) คุ้มจริงๆ อ่านเล่มเดียว เหมือนเข้าเรียนหลักสูตรการบริหารการเงินแทบทั้งหมด หนังสือเล่มนี้เป็นงาน Master Piece ชิ้นหนึ่ง และมันเป็นงานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล... และหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตของคุณเช่นเดียวที...