ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อัตราผลตอบแทน (ROIC) ตอนที่ 1

หากท่านเป็นเจ้าของกิจการ และ/หรือ นักลงทุนในหุ้นประเภทถือหุ้นยาวโดยอ้างอิงจากผลประกอบการของบริษัทที่ลงทุน ท่านจำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้จักและเข้าใจ "อัตราผลตอบแทนของกิจการ (Return on Invested Capital : ROIC)"  เนื่องจาก ROIC จะบอกให้ท่านทราบว่าที่ผ่านมากิจการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นเท่าไหร่ต่อปี และหากท่านต้องการเพิ่มผลตอบแทนต้องปรับปรุงรายการใดบ้างในกิจการ สมการของ ROIC แสดงได้ดังนี้


ROIC = EBIT (1-T) x 100% / Invested Capital .... สมการ 0.

สามารถเขียนสมการในอีกรูปแบบได้ดังนี้

ROIC = EBIT (1-T)/Sales x Sales / Invested Capital x 100%

ROIC = Operating Profit Margin x (1-T) x Capital Turnover x 100%

หรือจัดสมการใหม่ให้มีรูปแบบง่ายๆ ดังนี้

ROIC = Operating Profit Margin x Capital Turnover x (1-T) x 100% ....สมการประยุกต์

โดยที่ EBIT = ยอดขาย - ต้นทุนขาย - ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร  ......สมการ 1.
         
          T = อัตราภาษีนิติบุคคล
  
          Invested Capital (IC) = สินทรัพย์ - หนี้สินที่ไม่มีดอกเบี้ย ...........สมการ 2.

จากสมการข้างต้นทำให้ท่านสามารถคำนวณหาอัตราผลตอบแทนของกิจการได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

บริษัทพี่รักทุกคน มียอดขาย 100 ล้านบาท มีต้นทุนขาย 80 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 10 ล้านบาท มีสินทรัพย์ 100 ล้านบาท มีหนี้สินที่ไม่มีดอกเบี้ยอันได้แก่ เจ้าหนี้การค้า หนี้สินหมุนเวียนอื่น จำนวน 10 ล้านบาท

จากข้อมูลข้างต้นสามารถคำนวณ ROIC ได้เท่ากับ 8.89% โดยมีรายการคำนวณดังนี้

จากสมการ 1. EBIT  =   100 - 80 - 10 = 10 ล้านบาท
 
จากสมการ 2. IC = 100 - 10 = 90 ล้านบาท
 
จากสมการ 0. ROIC = 10 x (1-20%) x 100% / 90 =  8.89% ต่อปี

โดยที่ T = 20% ตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของประเทศไทย แต่ถ้าบริษัทนี้จดทะเบียนในต่างประเทศก็ให้ใช้อัตราภาษีนิติบุคคลของประเทศที่ไปจดทะเบียนทำธุรกิจ

ROIC เท่ากับ 8.89% หมายถึง บริษัทนี้สร้างผลตอบแทนเท่ากับ 8.89% ต่อปี กล่าวคือ หากมีเงิน 100 บาท จะให้ผลตอบแทนเท่ากับ 8.89 บาท

ส่วนสมการประยุกต์ข้างต้นจะอธิบายต่อไปในบทความหน้า...ขอให้ดูบอลโลกให้สนุกครับ ระหว่างยุโรป กับละตินอเมริกา ระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ควรตั้งเป้ายอดขายขั้นต่ำเท่าไหร่

ถาม : ตอนนี้ผมทำธุรกิจส่วนตัว และต้องการตั้งเป้าหมายการขายให้กับฝ่ายขาย อาจารย์พอจะมีวิธีที่ใช้ประมาณการขายหรือเปล่าครับ ตอบ : การตั้งเป้าหมายในการขายให้กับฝ่ายขาย เราสามารถคำนวณหาได้จากจุดคุ้มทุนขาย (Break-Even point of Sales) คือ ยอดขายที่ทำไม่มีผลกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ หรือ ยอดขายที่พอดีกับค่าใช้จ่ายของกิจการ หรืออีกนัยหนึ่ง คือยอดขายขั้นต่ำที่ต้องให้กับฝ่ายขาย โดยมีสูตรดังนี้                                              จุดคุ้มทุนขาย  =   ค่าใช้จ่ายคงที่                                                  ...

ต้นทุนเงินทุน (WACC)

ต้นทุนเงินทุน (Cost of Capital) หรือ ที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไป คือ WACC (Weighted Average Cost of Capital) หมายถึง ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของเงินทุน  มีประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่ควรลงทุนในโครงการใดบ้างของบริษัท เช่น คุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนในโครงการใหม่ของบริษัท เป็นต้น อีกทั้ง WACC นี้ยังสามารถใช้ในการคำนวณหามูลค่าของกิจการ (Enterprise Value) และมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value of Stock) ได้อีกด้วย WACC ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ประเภท คือ :- ประเภทที่ 1 ต้นทุนจากการเงินกู้ยืม หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (kd)   ประเภทที่ 2 ต้นทุนจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น  หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (ke) เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ WACC ขอยกตัวอย่างประกอบดังนี้ บริษัท A มีเงินทุนประกอบด้วย เงินกู้จากเจ้าหนี้ที่มีดอกเบี้ย 100 ล้านบาท และเงินทุนจากผู้ถือหุ้น 100 ล้านบาท ดังนั้นเงินทุนทั้งหมดของกิจการ A คือ เงินกู้จากเจ้าหนี้ฯ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น = 100 + 100 ล้านบาท เท่ากับ 200 ล...

แกะรอยมูลค่าหุ้นที่แท้จริง

มูลค่าหุ้นที่แท้จริง (Intrinsic Value per Share : IVPS ) ประกอบด้วยมูลค่าหลัก 3 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้ [การคำนวณหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นได้อธิบายแล้วในบทความก่อนหน้านี้] มูลค่าส่วนที่ 1 คือ มูลค่าหุ้นตามบัญชี (Book Value per Share : BVPS ) คำนวณได้ตามงบดุล หรือ ปัจจุบันเรียกกันว่า งบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งมีสมการดังนี้                                   มูลค่าหุ้นตามบัญชี = ส่วนของผู้ถือหุ้น                                                                    จำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว  มูลค...

กระบวนการลงทุนแนว VI

เขียนแผนธุรกิจ (Business Plan)

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์   หนังสือ E Book "เขียนแผนธุรกิจ สร้างงบการเงิน ด้วยตนเอง"      สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.mebmarket.com     เนื้อหาตัวอย่างการจัดทำงบกำไรขาดทุนล่วงหน้า (Pro Forma Income Statement) โดยใช้ Excel   ภาพที่ 1 : การแสดงสูตรการ Link ไฟล์ Excel     ภาพที่ 2 : ผลลัพธ์จากการคำนวณ   ภาพที่แสดงนี้เป็นเพียงบางส่วน ซึ่งในหนังสือยังสอนการสร้างงบดุลล่วงหน้า (Pro Forma Balance Sheet) และงบกระแสเงินสดล่วงหน้า (Pro Forma Cash Flow) ไว้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสอนการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน โดยใช้เครื่องมือทางการเงิน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ผลตอบแทนที่แท้จริงของการลงทุน (IRR) และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) แถมด้วยการวิเคราะห์งบการเงินโดยใช้อ้ตราส่วนทางการเงิน (Ratio Analysis) คุ้มจริงๆ อ่านเล่มเดียว เหมือนเข้าเรียนหลักสูตรการบริหารการเงินแทบทั้งหมด หนังสือเล่มนี้เป็นงาน Master Piece ชิ้นหนึ่ง และมันเป็นงานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล... และหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตของคุณเช่นเดียวที...