ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อัตราผลตอบแทน (ROIC) ตอนที่ 2

จากบทความก่อนหน้านี้ได้ปรับสมการ ROIC ใหม่ได้ดังต่อไปนี้

ROIC = Operating Profit Margin x Capital Turnover x (1-T) x 100% ....สมการประยุกต์

จากสมการจะเห็นได้ว่า เราสามารถเพิ่ม ROIC ของกิจการได้ ด้วย 2 วิธี คือ

1) เพิ่ม Operating Profit Margin (OPM)

การเพิ่ม OPM คือ การเพิ่มความสามารถในการทำกำไรเทียบกับยอดขาย อันประกอบด้วย การปรับราคาขาย และ/หรือ การลดต้นทุนขาย และการลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

2) เพิ่ม Capital Turnover (CT)

การเพิ่ม CT คือ การลดเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์สุทธิ สามารถทำได้ดังนี้

  • ลดเงินสดส่วนเกินที่มีอยู่ในกิจการ กระทำได้โดยการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น หรือ การจ่ายคืนหนี้เงินกู้ยืมที่มีดอกเบี้ย

  • การลดระยะเวลาในการเก็บเงินจากลูกค้า กล่าวคือ พยายามหาช่องทางในการขายสินค้าที่เป็นเงินสดเพิ่มขึ้น จากที่เคยขายทั้งหมดเป็นการให้เครดิต อาจทำได้โดยการออกงานแสดงสินค้าเพื่อขายตรงให้กับลูกค้ารายย่อย ทดแทนรายใหญ่ที่ขายให้เครดิต

  • การลดระยะเวลาในการขายสินค้า กล่าวคือ พยายามขายสินค้าคงเหลือให้เร็วขึ้น ซึ่งสามารถกระทำได้โดยการขายลดราคาสินค้าคงเหลือเป็นประจำทุกปี หรือ ขายสินค้าให้ผ่านช่องทางที่หลากหลาย หรือ ลดระยะเวลาในการผลิตสินค้า  

  •  ขายสินทรัพย์ถาวรที่ไม่ได้สร้างรายได้ให้กับกิจการ เช่น ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ที่ไม่ได้ใช้แล้ว หรือเลิกผลิตสินค้าด้วยตนเอง แต่ว่าจ้างผู้อื่นผลิตให้ (Outsourcing) หรือ ใช้วิธีเช่าแทนที่จะลงทุนสินทรัพย์ถาวรด้วยตนเอง

  • ขอเครดิตเพิ่มขึ้นจากเจ้าหนี้การค้า กระทำได้โดยการรวบรวมการสั่งซื้อวัตถุดิบ หรือ สินค้า เป็นปริมาณมากๆในคราวดียว เพื่อสร้างอำนาจในการต่อรองเพื่อขอขยายระยะเวลาการได้รับเครดิตที่ยาวขึ้น

หากดำเนินการตามข้อ 1) และ 2) ข้างต้น ROIC จะดีขึ้น ซึ่งส่งผลการกู้เงินกับแบงก์จะง่ายขึ้น และได้รับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ถูกลง แต่หากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ย่อมทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ผู้ถือหุ้นร่ำรวยขึ้นไปตามๆกัน อีกทั้งหากต้องจะขายหุ้นเพิ่มทุนย่อมทำให้ขายหุ้นแล้วได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ในขณะที่เสียสัดส่วนหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นรายใหม่ในจำนวนน้อย

แสงดาว...สายลม...ละอองฝน...นอนหลับฝันดีแล้วเจอะกันใหม่ครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ควรตั้งเป้ายอดขายขั้นต่ำเท่าไหร่

ถาม : ตอนนี้ผมทำธุรกิจส่วนตัว และต้องการตั้งเป้าหมายการขายให้กับฝ่ายขาย อาจารย์พอจะมีวิธีที่ใช้ประมาณการขายหรือเปล่าครับ ตอบ : การตั้งเป้าหมายในการขายให้กับฝ่ายขาย เราสามารถคำนวณหาได้จากจุดคุ้มทุนขาย (Break-Even point of Sales) คือ ยอดขายที่ทำไม่มีผลกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ หรือ ยอดขายที่พอดีกับค่าใช้จ่ายของกิจการ หรืออีกนัยหนึ่ง คือยอดขายขั้นต่ำที่ต้องให้กับฝ่ายขาย โดยมีสูตรดังนี้                                              จุดคุ้มทุนขาย  =   ค่าใช้จ่ายคงที่                                                  ...

ต้นทุนเงินทุน (WACC)

ต้นทุนเงินทุน (Cost of Capital) หรือ ที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไป คือ WACC (Weighted Average Cost of Capital) หมายถึง ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของเงินทุน  มีประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่ควรลงทุนในโครงการใดบ้างของบริษัท เช่น คุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนในโครงการใหม่ของบริษัท เป็นต้น อีกทั้ง WACC นี้ยังสามารถใช้ในการคำนวณหามูลค่าของกิจการ (Enterprise Value) และมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value of Stock) ได้อีกด้วย WACC ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ประเภท คือ :- ประเภทที่ 1 ต้นทุนจากการเงินกู้ยืม หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (kd)   ประเภทที่ 2 ต้นทุนจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น  หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (ke) เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ WACC ขอยกตัวอย่างประกอบดังนี้ บริษัท A มีเงินทุนประกอบด้วย เงินกู้จากเจ้าหนี้ที่มีดอกเบี้ย 100 ล้านบาท และเงินทุนจากผู้ถือหุ้น 100 ล้านบาท ดังนั้นเงินทุนทั้งหมดของกิจการ A คือ เงินกู้จากเจ้าหนี้ฯ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น = 100 + 100 ล้านบาท เท่ากับ 200 ล...

แกะรอยมูลค่าหุ้นที่แท้จริง

มูลค่าหุ้นที่แท้จริง (Intrinsic Value per Share : IVPS ) ประกอบด้วยมูลค่าหลัก 3 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้ [การคำนวณหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นได้อธิบายแล้วในบทความก่อนหน้านี้] มูลค่าส่วนที่ 1 คือ มูลค่าหุ้นตามบัญชี (Book Value per Share : BVPS ) คำนวณได้ตามงบดุล หรือ ปัจจุบันเรียกกันว่า งบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งมีสมการดังนี้                                   มูลค่าหุ้นตามบัญชี = ส่วนของผู้ถือหุ้น                                                                    จำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว  มูลค...

กระบวนการลงทุนแนว VI

เขียนแผนธุรกิจ (Business Plan)

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์   หนังสือ E Book "เขียนแผนธุรกิจ สร้างงบการเงิน ด้วยตนเอง"      สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.mebmarket.com     เนื้อหาตัวอย่างการจัดทำงบกำไรขาดทุนล่วงหน้า (Pro Forma Income Statement) โดยใช้ Excel   ภาพที่ 1 : การแสดงสูตรการ Link ไฟล์ Excel     ภาพที่ 2 : ผลลัพธ์จากการคำนวณ   ภาพที่แสดงนี้เป็นเพียงบางส่วน ซึ่งในหนังสือยังสอนการสร้างงบดุลล่วงหน้า (Pro Forma Balance Sheet) และงบกระแสเงินสดล่วงหน้า (Pro Forma Cash Flow) ไว้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสอนการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน โดยใช้เครื่องมือทางการเงิน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ผลตอบแทนที่แท้จริงของการลงทุน (IRR) และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) แถมด้วยการวิเคราะห์งบการเงินโดยใช้อ้ตราส่วนทางการเงิน (Ratio Analysis) คุ้มจริงๆ อ่านเล่มเดียว เหมือนเข้าเรียนหลักสูตรการบริหารการเงินแทบทั้งหมด หนังสือเล่มนี้เป็นงาน Master Piece ชิ้นหนึ่ง และมันเป็นงานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล... และหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตของคุณเช่นเดียวที...