ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

4 Vs ของหุ้น

คิดจะรวยจากหุ้นต้องเข้าใจมูลค่าเรื่องมูลค่าหุ้นก่อนเป็นอันดับแรก หุ้นนั้นประกอบด้วยมูลค่าทั้งหมด 4 ประเภท ดังต่อไปนี้ 1) มูลหุ้นที่ตราไว้ หรือที่เรียกว่า "Par Value" เป็นราคาหุ้นที่กำหนดไว้นับตั้งแต่ตั้งกิจการ เช่น บริษัท A เปิดกิจการต้องการระดมทุนจากผู้ถือหุ้นเพื่อใช้ทำธุรกิจจำนวน 100 ล้านบาท กำหนดให้มีหุ้นทั้งหมด 10 ล้านหุ้น ดังนั้นราคาหุ้นที่ตราไว้เท่ากับ 10 บาทต่อหุ้น (100/10) มูลค่าหุ้นที่ตราไว้สามารถดูได้จากงบการเงินที่เป็นส่วนงบดุล (งบแสดงฐานะการเงิน) ในรายการส่วนของผู้ถือหุ้น 2) มูลค่าหุ้นตามบัญชี หรือที่เรียกว่า "Book Value" เป็นราคาหุ้นที่เกิดจากการทำธุรกิจที่ผ่านมา โดยมีสมการอย่างง่ายๆ                          มูลค่าหุ้นตามบัญชี = มูลค่าที่ตราไว้ + กำไรสะสม ตัวอย่าง สมมติว่าบริษัท A มีมูลค่าที่ตราไว้ 10 บาทต่อหุ้น ต่อมาทำธุรกิจจนมีกำไรสะสมต่อหุ้นเท่ากับ 20 บาท ดังนั้น มูลค่าหุ้นตามบัญชีเท่ากับ 30 โดยมาจากการแทนสมการด...

เขียนแผนธุรกิจ

หากท่านสนใจจะทำธุรกิจส่วนตัวด้วยตนเอง หรือ ต้องการเขียนแผนธุรกิจเพื่อใช้ในงานของตนเอง โดยยังคงต้องการรู้การจัดทำประมาณการงบการเงิน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากที่ทำให้แผนธุรกิจนั้นสมบูรณ์ครบถ้วน ท่านสามารถอ่านหนังสือ  “เขียนแผนธุรกิจ  สร้างงบการเงิน ด้วยตนเอง”   หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนเรียบเรียงจากประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับความคิดความเข้าใจเรื่องการวิเคราะห์งบการเงิน การบริหารงบการเงิน และการจัดทำแผนธุรกิจ (Business Plan) ในช่วงระยะเวลาหลายปี ดังนั้นเทคนิคที่ใช้ในการสร้างแบบจำลองทางการเงิน (Financial Model) จึงเป็นรูปแบบเฉพาะตัว ซึ่งนำมาพัฒนาและดัดแปลงให้ง่ายในการเรียนรู้ โดยใช้เพียงฟังก์ชันพื้นฐานของโปรแกรม EXCEL และการสร้างแผนธุรกิจนี้ได้มีการอ้างถึงหลักการบัญชีและการเงินพื้นฐาน ซึ่งสรุปเนื้อหาเป็นหมวดหมู่เพื่อให้ง่ายในการจดจำและทำความเข้าใจ ตลอดระยะเวลาการเขียนหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะถ่ายทอดความรู้เชิงปฏิบัติให้แก่ผู้อ่านมากที่สุดเสมือนเป็นการสนทนาร่วมกันระหว่างผู้อ่านกับผู้เขียน โดยที่ผู้อ่านควรทดลองปฏิบัติการสร้างแบบจำลองในระหว่างการอ่านด้วย ...

ทำธุรกิจส่วนตัว ใครว่ายาก…

จากการที่ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือหลากหลายประเภท โดยเฉพาะหนังสือที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ คือ หนังสือที่มีเนื้อหาอ่านแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตเราได้ เพราะคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปในการอ่าน เนื่องจาก “เวลา คือ ชีวิต นั่นเอง”   สำหรับหนังสือเล่มหนึ่งที่อ่านแล้วรู้สึกประทับใจและสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนชีวิตจากลูกจ้างมาเป็นเจ้าของธุรกิจ คือ หนังสือ “ทำธุรกิจส่วนตัว ใครว่ายาก….” เป็นผลงานของ บริษัท เอฟ พี เอ็ม คอนซัลแท้นท์ จำกัด ซึ่งผู้เขียนเองเป็นเจ้าของบริษัทฯ และสามารถสร้างธุรกิจขึ้นมาจากสองมือเปล่า อีกทั้งเนื้อหาของหนังสือแทบทั้งหมดกลั่นกรองมาจากประสบการณ์ทำธุรกิจล้วนๆ มันจึงมีคุณค่าเป็นอย่างยิ่งที่ผมควรจะแบ่งปันเรื่องราวเหล่านี้แก่สังคม เนื้อเรื่องของหนังสือเป็นการถามและตอบ ระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ โดยลูกศิษย์ตั้งใจจะลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งการที่ลูกศิษย์ต้องการจะทำธุรกิจส่วนตัวจึงเกิดคำถามมากมาย ส่วนอาจารย์เองก็สามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้อย่างตรงไปตรงมาตามหลักวิชาการ และอ้างอิงประสบการณ์ในการทำธุรกิจของตนเองที่ผ่านมาโชกโชน อาจารย์สอน….วิธีค้นหาธุรกิจด้วยตนเอง…อุบายในการเอาชนะจ...

Beta หุ้น

ค่า Beta หุ้น เป็นการวัดความเสี่ยงของหุ้นเทียบกับตลาดหลักทรัพย์ ขอขยายความดังนี้ หุ้น A ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยมีค่า Beta เท่ากับ 1.0 หมายถึง ราคาหุ้น A จะเคลื่อนไหวเท่ากับการเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย หรือ เท่ากับ SET INDEX ตัวอย่างเช่น หุ้น A มี Beta เท่ากับ 1.0 ดังนั้นหาก SET INDEX เพิ่มขึ้น 10% ราคาหุ้นต้องเพิ่มขึ้น 10% เท่ากัน เป็นต้น ในทำนองเดียวกัน หาก SET INDEX ลดลง 10% ราคาหุ้นต้องลดลง 10% เท่ากัน หุ้น B ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยมีค่า Beta เท่ากับ 2.0 หมายถึง ราคาหุ้น B จะเคลื่อนไหวเป็น 2 เท่าของการเคลื่อนไหว SET INDEX ตัวอย่างเช่น หุ้น B มี Beta เท่ากับ 2.0 ดังนั้นหาก SET INDEX เพิ่มขึ้น 10% ราคาหุ้นต้องเพิ่มขึ้น 20% เป็นต้น ในทำนองเดียวกัน หาก SET INDEX ลดลง 10% ราคาหุ้นต้องลดลง 20% หุ้น C ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยมีค่า Beta เท่ากับ 0.5 หมายถึง ราคาหุ้น B จะเคลื่อนไหวเป็นครึ่งหนึ่งของการเคลื่อนไหว SET INDEX ตัวอย่างเช่น หุ้น C  มี Beta เท่ากับ 0.5 ดังนั้นหาก SET ...

หลักเกณฑ์การวัดหุ้นถูก...แพง

การวัดว่าหุ้นถูกหรือแพง สามารถวัดได้จากมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value : IV) นั้นเทียบกับราคาตลาด (Market Price : MP) ในขณะนั้น หาก IV มากกว่า MP แสดงว่าราคาหุ้นถูก ในทางกลับกันหาก IV ต่ำกว่า MP แสดงว่าราคาหุ้นแพง เขียนเป็นสมการได้ดังนี้ X = IV – MP หาก X เป็นบวก แสดงว่าหุ้นถูก หรือ หุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Undervalued) ควร “ซื้อ” หาก X เป็นลบ แสดงว่าหุ้นราคาแพง หรือ หุ้นสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Overvalued) ควร “ขาย” ตัวอย่างเช่น หุ้น ABC มี IV เท่ากับ 10 บาท และ MP เท่ากับ 5 บาท ดังนั้น กรณีนี้หุ้น ABC เป็นหุ้นราคาถูก เพราะ IV มากกว่า MP เท่ากับ 5 บาท (10 – 5) ดังนั้นสรุปได้ว่าหุ้น ABC ควรซื้อ แต่สมมติว่าต่อมาหุ้น ABC ราคาเพิ่มขึ้นเป็น 15 บาท ดังนั้นกรณีหุ้น ABC เป็นหุ้นราคาแพง เพราะ IV ต่ำกว่า MP เท่ากับ 5 บาท (5-10) สรุปได้ว่าหุ้น ABC หากมีควรขาย แต่หากเป็นนักเก็งกำไรก็ยืมหุ้นมาขาย (Short) และรอให้หุ้นตกลงมาแล้วซื้อหุ้นคืน การคำนวณหา IV สามารถทำได้โดยการคำนวณโดยใช้แบบจำลองกระแสเงินสดส่วนลด (Discounted Cash Flow : DCF) โดยรายละเอียดท่านสามารถอ่านได้ในหนังสือ ...

เจ้าสัว...ทำงานเพื่อค้นพบตัวเอง

สงกรานต์ปี 2556 ที่ผ่านมา เจ้าสัวได้เล่าระลึกถึงความหลังครั้งเมื่อสมัยเด็ก แกเล่าให้ฟังว่า แกเกิดมาในครอบครัวยากจนมีพี่น้องร่วมท้องเดียวกันทั้งหมด 4 คน แกเป็นพี่คนโตสุด มีน้องสาว 2 คน และน้องชายสุดท้องอีก 1 คน พ่อกับแม่เป็นคนจีนที่อพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ เดินมาเมืองไทยด้วยสองมือเปล่า แต่เต็มไปด้วยจิตใจที่เป็นนักต่อสู้ ขยันแบบทะลุโลก อดทนทุ่มเทอย่างคนทั้งโลกต้องยอมรับ แต่ที่สำคัญที่สุดแม้ยากจนอย่างไรแต่ครอบครัวของแกก็รักกันมาก ซึ่งสามารถชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปไม่ว่าจะเป็นความลำบากกายในการยังชีพ และลำบากใจจากการทนต่อการดูถูกเหยียดยามจากสังคมรอบตัวในเวลานั้น  นับตั้งแต่แกจำความได้ แกไม่เคยเห็นพ่อกับแม่หยุดทำงานเพื่อจะไปเที่ยวที่ไหน แกเห็นท่านทั้งสองทำงานอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นจนหลับ แกเคยถามพ่อว่าทำไมถึงต้องทำงานหนักขนาดนี้ พ่อหันมาตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังคงตรึงอยู่ในใจแกว่า  “ทำงานเพื่อให้ครอบครัวเรามีชีวิตที่ดีขึ้น และลูกๆได้มีอนาคตได้ทำตามความฝันของตัวเอง สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ทำงานเพื่อตัวเอง และสะสมนิสัยเหลื่านี้ให้ติดตัวไปอีกนานแสนนาน” แกย้อนมาสอนผมว่า คนทำงานแทบทุกคนคิด...

ต้นทุนเงินทุน (WACC)

ต้นทุนเงินทุน (Cost of Capital) หรือ ที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไป คือ WACC (Weighted Average Cost of Capital) หมายถึง ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของเงินทุน  มีประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่ควรลงทุนในโครงการใดบ้างของบริษัท เช่น คุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนในโครงการใหม่ของบริษัท เป็นต้น อีกทั้ง WACC นี้ยังสามารถใช้ในการคำนวณหามูลค่าของกิจการ (Enterprise Value) และมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value of Stock) ได้อีกด้วย WACC ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ประเภท คือ :- ประเภทที่ 1 ต้นทุนจากการเงินกู้ยืม หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (kd)   ประเภทที่ 2 ต้นทุนจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น  หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (ke) เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ WACC ขอยกตัวอย่างประกอบดังนี้ บริษัท A มีเงินทุนประกอบด้วย เงินกู้จากเจ้าหนี้ที่มีดอกเบี้ย 100 ล้านบาท และเงินทุนจากผู้ถือหุ้น 100 ล้านบาท ดังนั้นเงินทุนทั้งหมดของกิจการ A คือ เงินกู้จากเจ้าหนี้ฯ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น = 100 + 100 ล้านบาท เท่ากับ 200 ล...

การเดินทางสู่ความร่ำรวย...เป้าหมาย

เจ้าสัวเขียนจดหมายส่งมาให้กับผมโดยมีข้อความบางส่วนดังนี้ เรื่อง : เป้าหมาย ทุกเช้าตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ผมคิดถึงแต่เรื่องความร่ำรวย เพราะมันช่วยทำให้ชีวิตมีแรงบันดาลใจ...ชีวิตกล้าเสี่ยงที่จะเดินออกจากความจำเจ...ชีวิตที่มีอะไรมากกว่าการกิน เดิน นั่ง นอน...ชีวิตที่เต็มไปด้วยความฝัน เหมือน เด็กชายฝันจะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ เด็กหญิงฝันจะเป็นเจ้าหญิงแสนสวยรวยเสน่ห์มีแต่คนรักคนชอบ... (ความฝันไม่มีวันหมดอายุ) ผมคิดเสมอว่า ความร่ำรวยเป็นเป้าหมายของชีวิต เพราะนักจิตวิทยาระดับโลกทุกคนบอกว่าชีวิตต้องมีเป้าหมาย เพราะเมื่อมีเป้าหมายแล้วจิตจะสามารถแสดงพลังแฝงที่อยู่ในตัวเราออกมาให้เห็นและวิ่งเข้าสู่เป้าหมายเองอย่างอัตโนมัติ เปรียบเสมือนจรวดนำวิธีที่พุ่งเข้าใส่เป้าที่กำหนดไว้ หากนำมาเปรียบเทียบกับการทำธุรกิจพบว่าธุรกิจที่ดีต้องมีเป้าหมายชัดเจน หากเป็นไปได้ต้องกำหนดเป็นตัวเลขเพราะวัดผลได้ชัดเจน และมีระยะเวลากำหนดไว้ด้วยได้ยิ่งดี ตัวอย่าง:- 1) ยอดขายเติบโตขึ้น 30% เทียบจากปีก่อน 2) อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ต้องเท่ากับ 50% ของยอดขาย 3) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน...

ปาฎิหาริย์แห่งความโง่

ใครๆ ก็เกลียดความโง่ เพราะคนส่วนมากคิดว่า....ความโง่เป็นสิ่งเลวร้ายในชีวิต นำมาซึ่งการถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนที่ฉลาดกว่าอยู่เสมอ..... ความโง่เป็นสิ่งที่สกัดกั้นความสำเร็จของชีวิต.... ความโง่ทำให้รู้สึกต้อยต่ำจนอยากหนีหายจากสังคม.... ความโง่ทำให้ไม่อยากมีชีวิตอยู่เพราะทนกับการเหยียดหยามจากผู้อื่นไม่ได้....ความโง่จึงเป็นเปรียบเหมือนมะเร็งของชีวิต...ใส้ติ่งของร่างกาย...และอื่นๆอีกมากมาย (เขียนเป็นร้อยหน้าก็ไม่หมด) แต่หากมองย้อนกับไปยังประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจของโลกจะพบว่า ความโง่เป็นต้นกำเนิดของวิวัฒนาการทั้งหลายทั้งปวง เริ่มนับตั้งแต่ "ยุคเกษตรกรรม" หากคิดว่าตัวเองฉลาดคงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ "ยุคอุตสาหกรรม" และหากคิดว่าตัวเองฉลาดอีก...คงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ "ยุคสื่อสาร" คือเกิดโทรทัศน์มือถือ เกิดดาวเทียม เกิดอินเตอร์เน็ท และหากคิดว่าตัวเองฉลาดอีกอีก...คงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ "ยุคอนาคต" ซึ่งอาจจะเป็น ยุคอวกาศ ใครๆก็อยากไปเที่ยวนอกโลก ใครๆก็อยากไปมีบ้านส่วนตัวในดาวอีกดวงหนึ่ง ใครๆก็อยากไปเป็นหนุ่มเป็นสาวตลอดกาลด้วยยาที่ผลิตในอวก...

ปฎิหาริย์แห่งความจน

ใครบอกว่าเกิดมาจนแล้วจะจนจนวันตาย ใครบอกว่าเกิดมาจนแล้วจะหมดอนาคต ใครบอกว่าเกิดมาจนแล้วจะหมดความหมาย โครบอกว่าเกิดมาจนแล้วจะหมด...อื่นๆอีกมากมาย จริงแล้วความจนเป็นพรอันวิเศษของชีวิต ทำให้เราได้พบกับความหมายหลายสิ่งหลายอย่างในโลกใบนี้ที่คนไม่จนจะไม่มีวันรู้...ไม่มีวันเข้าใจ ความจนเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนนั้นได้เกิดความมุ่งมั่นที่จะทำตัวเองให้พ้นจากวังวนแห่งความยากจน และคนจนจำนวนมากกลับกลายเป็นบุคคลร่ำรวยและมีอิทธิพลกับโลกใบนี้ เพราะเมื่อเขาเป็นมหาเศรษฐี เขาจะคิดที่จะให้.....ให้...และก็ให้ เพราะเขาเคยจนมาก่อน เขาเข้าใจมันดีกว่าใครๆ ความจนทำให้เขากล้าที่เสี่ยง เพราะเขาไม่มีอะไรที่เสียไป เขารู้ดีว่าเสี่ยงหรือไม่เสี่ยงก็มีค่าเท่ากัน แล้วทำไมจึงไม่เสี่ยง เผื่อปฏิหาริย์นั้นมีจริง ความจนทำให้เขาค้นพบตัวเอง เพราะเขาไม่มีทรัพย์สินใดต้องใส่ใจและบำรุงรักษา เขาจึงมีเวลาเพียงพอที่จะอยู่กับตัวเอง...อยู่กับความฝัน...อยู่กับความสุขที่เรียบง่าย แค่เสียงลมพัดใบไม้ก็ไพเราะเหลือเกิน ความจนทำให้เขารู้จักเพื่อนแท้ เพราะการคบกับใคร หรือ ใครคบกับเขา ก็มีเพียงใจแลกกันเท่านั้น เขาจึงมีเพื่อนแท...