ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

งานที่ปรึกษาทางการเงิน

นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 จนถึงปัจจุบัน มันทำให้ผมได้รับประสบการณ์ที่รอบด้าน นับตั้งแต่การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ การฟื้นฟูกิจการ การ Refiance หนี้จากเจ้าหนี้รายหลายให้เหลือเพียงเจ้าหนี้รายเดียว การระดมทุนผ่านกองทุนต่างประเทศในรูปแบบ Private Placement  การทำประชาสัมพันธ์กิจการต่อผู้ลงทุน (Investor Relations Activities) จนกระทั่งถึงการขยายกิจการ

กล่าวโดยย่อคือ ได้รับประสบการณ์อันมีค่านับเริ่มตั้งแต่กิจการกำลังจะตาย จนกิจการฟื้นคืนชีพ และกลับมาเติบโตอีกครั้ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจการในประเทศไทยจะไม่วนกลับไปใกล้ตายอีก  

จากความรู้ความเข้าใจในการทำงานมาอย่างต่อเนื่องมาแล้วในหลายอุตสาหกรรม ทำให้สามารถกำหนดขอบเขตงานของที่ปรึกษาทางการเงินให้กับผู้ที่สนใจจะก้าวเดินในเส้นทางนี้ได้โดยย่อดังนี้

1) การวางแผนทางการเงินระยะเร่งด่วนสำหรับกิจการ
    (Ad-Hoc Financial Planning for the Enterprise)

ประกอบด้วย การประเมินสภาพคล่องของกิจการ และวงเงินกู้เดิม การกำหนดวงเงินกู้ที่เหมาะสมสำหรับกิจการ การจัดทำแผนการเงินสำหรับขอวงเงินกู้จากธนาคาร


2) การวางแผนทางการเงินระยะสั้น กลาง และยาวสำหรับกิจการ
    (Short, Medium & Long-term Financial Planning)

ประกอบด้วย การวางระบบรายงานประจำเดือน ประจำไตรมาส และการจัดทำงบประมาณ การจัดทำประมาณการทางการเงินระยะเวลา 3 - 5 ปี (Pro-forma Fiancial Statements) การกำหนดความต้องการเงินทุนในอนาคต การจัดโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสม และการประเมินความเสี่ยงทางการเงิน

3) การประเมินความเป็นไปได้ในการลงทุนสำหรับโครงการ
    (Project Feasibility Study)

ประกอบด้วย การจัดทำประมาณการทางการเงินระยะเวลา 3-5 ปี สำหรับโครงการ การกำหนดเป้าหมายการขายและกำไรของโครงการ และการประเมินความเป็นไปได้ในการลงทุนสำหรับโครงการ (Capital Budgeting)


4) การประเมินความอยู่รอดของการลงทุนสำหรับโครงการ
     (Project Viability Review)

ประกอบด้วย การจัดทำงบการเงินย้อนหลังเปรียบเทียบสำหรับโครงการ การจัดทำงบลงทุนย้อนหลังและประเมินมูลค่าเพิ่มของโครงการ และการวัดความแปรปรวนของโครงการ และความน่าจะเป็นของโครงการ (Sensitivity and Scenario Analysis)

5) การประเมินมูลค่ากิจการและมูลค่าหุ้น
    (Enterprise & Share Valuation)

ประกอบด้วย การประเมินมูลค่าที่แท้จริงของกิจการและหุ้น ด้วยแบบจำลองทางการเงิน ได้แก่ กระแสเงินสดส่วนลดสำหรับกิจการ และผู้ถือหุ้น (Discounted Cash Flow) การใช้วิธีผลคูณ (Multiple Approach)

สำหรับผู้ที่สนใจเดินเส้นทางนี้ อ่านแล้วอย่างท้อนะครับ เพราะทุกเรื่องยิ่งได้ทำจะยิ่งรักงาน เพราะจะทำให้คุณค้นพบเคล็ดลับของธุรกิจ ซึ่งนำไปสู่เคล็ดลับของความร่ำรวยที่เปิดเผยตัวตนของมันออกมาให้ท่านได้สัมผัส "มันช่างมีคุณค่ามากกว่าเงินเป็นไหนๆ"


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ควรตั้งเป้ายอดขายขั้นต่ำเท่าไหร่

ถาม : ตอนนี้ผมทำธุรกิจส่วนตัว และต้องการตั้งเป้าหมายการขายให้กับฝ่ายขาย อาจารย์พอจะมีวิธีที่ใช้ประมาณการขายหรือเปล่าครับ ตอบ : การตั้งเป้าหมายในการขายให้กับฝ่ายขาย เราสามารถคำนวณหาได้จากจุดคุ้มทุนขาย (Break-Even point of Sales) คือ ยอดขายที่ทำไม่มีผลกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ หรือ ยอดขายที่พอดีกับค่าใช้จ่ายของกิจการ หรืออีกนัยหนึ่ง คือยอดขายขั้นต่ำที่ต้องให้กับฝ่ายขาย โดยมีสูตรดังนี้                                              จุดคุ้มทุนขาย  =   ค่าใช้จ่ายคงที่                                                  ...

แกะรอยมูลค่าหุ้นที่แท้จริง

มูลค่าหุ้นที่แท้จริง (Intrinsic Value per Share : IVPS ) ประกอบด้วยมูลค่าหลัก 3 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้ [การคำนวณหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นได้อธิบายแล้วในบทความก่อนหน้านี้] มูลค่าส่วนที่ 1 คือ มูลค่าหุ้นตามบัญชี (Book Value per Share : BVPS ) คำนวณได้ตามงบดุล หรือ ปัจจุบันเรียกกันว่า งบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งมีสมการดังนี้                                   มูลค่าหุ้นตามบัญชี = ส่วนของผู้ถือหุ้น                                                                    จำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว  มูลค...

ต้นทุนเงินทุน (WACC)

ต้นทุนเงินทุน (Cost of Capital) หรือ ที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไป คือ WACC (Weighted Average Cost of Capital) หมายถึง ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของเงินทุน  มีประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่ควรลงทุนในโครงการใดบ้างของบริษัท เช่น คุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนในโครงการใหม่ของบริษัท เป็นต้น อีกทั้ง WACC นี้ยังสามารถใช้ในการคำนวณหามูลค่าของกิจการ (Enterprise Value) และมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value of Stock) ได้อีกด้วย WACC ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ประเภท คือ :- ประเภทที่ 1 ต้นทุนจากการเงินกู้ยืม หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (kd)   ประเภทที่ 2 ต้นทุนจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น  หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (ke) เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ WACC ขอยกตัวอย่างประกอบดังนี้ บริษัท A มีเงินทุนประกอบด้วย เงินกู้จากเจ้าหนี้ที่มีดอกเบี้ย 100 ล้านบาท และเงินทุนจากผู้ถือหุ้น 100 ล้านบาท ดังนั้นเงินทุนทั้งหมดของกิจการ A คือ เงินกู้จากเจ้าหนี้ฯ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น = 100 + 100 ล้านบาท เท่ากับ 200 ล...

เขียนแผนธุรกิจ (Business Plan)

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์   หนังสือ E Book "เขียนแผนธุรกิจ สร้างงบการเงิน ด้วยตนเอง"      สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.mebmarket.com     เนื้อหาตัวอย่างการจัดทำงบกำไรขาดทุนล่วงหน้า (Pro Forma Income Statement) โดยใช้ Excel   ภาพที่ 1 : การแสดงสูตรการ Link ไฟล์ Excel     ภาพที่ 2 : ผลลัพธ์จากการคำนวณ   ภาพที่แสดงนี้เป็นเพียงบางส่วน ซึ่งในหนังสือยังสอนการสร้างงบดุลล่วงหน้า (Pro Forma Balance Sheet) และงบกระแสเงินสดล่วงหน้า (Pro Forma Cash Flow) ไว้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสอนการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน โดยใช้เครื่องมือทางการเงิน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ผลตอบแทนที่แท้จริงของการลงทุน (IRR) และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) แถมด้วยการวิเคราะห์งบการเงินโดยใช้อ้ตราส่วนทางการเงิน (Ratio Analysis) คุ้มจริงๆ อ่านเล่มเดียว เหมือนเข้าเรียนหลักสูตรการบริหารการเงินแทบทั้งหมด หนังสือเล่มนี้เป็นงาน Master Piece ชิ้นหนึ่ง และมันเป็นงานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล... และหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตของคุณเช่นเดียวที...

กระบวนการลงทุนแนว VI