💰 การกำหนดทุนจดทะเบียน: เริ่มต้นธุรกิจต้องใช้เงินเท่าไหร่กันแน่?
หลายคนที่กำลังจะเปิดบริษัทมักสงสัยว่า "ทุนจดทะเบียน" ควรตั้งไว้เท่าไหร่ถึงจะพอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกันแบบเข้าใจง่าย
📌 หลักการง่ายๆ: ทุนจดทะเบียน = ทุนที่ชำระแล้ว
พูดง่ายๆ คือ เงินที่เราระบุไว้ตอนจดทะเบียนบริษัท ควรเป็นเงินก้อนที่เรามีจริงและพร้อมใส่เข้าไปในธุรกิจจริงๆ ไม่ใช่ตัวเลขลอยๆ ที่สวยหรูแต่ไม่มีเงินจริงรองรับ
🧩 เงินทุนจากผู้ถือหุ้น แบ่งเป็น 2 ก้อนหลัก
เงินก้อนนี้ใช้สำหรับหมุนเวียนในการทำธุรกิจประจำวัน เช่น เงินที่ค้างอยู่ในมือลูกค้า (ลูกหนี้การค้า) หรือสินค้าที่ยังอยู่ในสต็อก เป็นเงินที่หมุนกลับมาภายใน 1 ปี
เงินก้อนนี้ใช้ซื้อของที่ใช้งานได้นานๆ เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร อุปกรณ์ต่างๆ เป็นการลงทุนระยะยาวที่ใช้ประโยชน์เกิน 1 ปีขึ้นไป
🧮 มาคำนวณเงินทุนหมุนเวียนกันจริงๆ
การจะรู้ว่าต้องเตรียมเงินทุนหมุนเวียนเท่าไหร่ ต้องดู 2 เรื่องนี้ก่อน:
- ยอดขายและต้นทุนขายที่คาดการณ์ไว้ ในแต่ละปี
- นโยบายการให้เครดิตลูกค้า และ ระยะเวลาเฉลี่ยในการขายสินค้า (สินค้าอยู่ในสต็อกนานแค่ไหนกว่าจะขายออก)
ลูกหนี้การค้า = (จำนวนวันที่ให้เครดิตลูกค้า × ยอดขายต่อปี) ÷ 360
สินค้าคงเหลือ = (จำนวนวันที่สินค้าอยู่ในสต็อก × ต้นทุนขายต่อปี) ÷ 360
📊 ตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ
สมมติว่าเรามีธุรกิจหนึ่ง ที่มีตัวเลขดังนี้
| รายการ | ค่าที่กำหนด |
|---|---|
| ยอดขายต่อปี | 10,000,000 บาท |
| ต้นทุนขายต่อปี | 7,500,000 บาท |
| ระยะเวลาให้เครดิตลูกค้า | 45 วัน |
| ระยะเวลาขายสินค้า (สินค้าอยู่ในสต็อก) | 30 วัน |
✅ คำนวณลูกหนี้การค้า:
(45 × 10,000,000) ÷ 360 = 1,250,000 บาท
✅ คำนวณสินค้าคงเหลือ:
(30 × 7,500,000) ÷ 360 = 625,000 บาท
นั่นหมายความว่า ธุรกิจนี้ต้องมีเงินทุนหมุนเวียนเกือบ 2 ล้านบาท เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น โดยไม่ขาดสภาพคล่อง
💡 อยากใช้เงินทุนน้อยลงได้ไหม? ทำได้!
ถ้าไม่อยากพึ่งพาเงินทุนก้อนใหญ่จนเกินไป มีวิธีบริหารจัดการที่ช่วยลดภาระนี้ได้ เช่น
- ลดระยะเวลาการให้เครดิตลูกค้า เช่น จาก 45 วัน ลดเหลือ 30 วัน จะทำให้เงินที่ค้างในมือลูกค้าน้อยลง
- เร่งการขายสินค้าคงเหลือให้เร็วขึ้น ลดเวลาที่สินค้าแช่อยู่ในสต็อก จะช่วยให้เงินทุนหมุนเวียนกลับมาเร็วขึ้น
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น