ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บันได 3 ขั้นสู่อิสรภาพทางการเงิน

ถาม : ตอนนี้ผมทำงานเป็นลูกจ้างครับ และคิดว่าจะออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ควรจะเริ่มต้นอย่างไรบ้าง

ตอบ : ควรเริ่มต้นจาก “บันได 3 ขั้นสู่อิสรภาพทางการเงิน” โดยมีรายละเอียดดังนี้

บันไดขั้นแรก : ค้นหาธุรกิจ

1. เลือกหมวดอุตสาหกรรมจากตลาดหลักทรัพย์ที่ตัวเองมีความสนใจ หรือมีประสบการณ์โดยตรง หรือมีคนรู้จักที่อยู่ในอุตสาหกรรมนั้น
2. ศึกษาแนวโน้มของอุตสาหกรรมว่ามีทิศทางในระยะยาวเป็นอย่างไรเพื่อสรุปให้ได้ว่า อุตสาหกรรมอยู่ในช่วงขาลง หรือทรงตัว หรือช่วงขาขึ้น
3. เมื่อเลือกอุตสาหกรรมได้แล้ว ศึกษาบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอุตสาหกรรมนั้นว่าสามารถทำกำไรได้หรือไม่จากงบการเงินย้อนหลัง และการแข่งขันมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด
4. ค้นหาว่าแต่ละบริษัทฯมีกลุ่มสินค้ากี่ประเภท ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือใคร และจัดจำหน่ายอย่างไร เพื่อที่จะนำมากำหนดตลาดเฉพาะ(Niche market) ของบริษัท

บันไดขั้นสอง : ทำแผนการเงิน

1. กำหนดรูปแบบการทำธุรกิจ การตั้งบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ คณะบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา
2. กำหนดประเภทธุรกิจว่าจะเป็นแบบ ผลิต หรือ ซื้อมาขายไป หรือ บริการ และมีการบริหารจัดการอย่างไร นับตั้งแต่เริ่มต้นของสินค้าจนกระทั่งถึงมือลูกค้า
3. หาข้อมูลเพิ่มเติมทางการตลาดเพื่อนำมากำหนดรายได้ และต้นทุนขาย
4. จัดทำแผนผังองค์กร ประมาณกำลังคน และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน
5. ประมาณค่าใช้จ่ายอื่นๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้นโดยแบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายผันแปร และค่าใช้จ่ายคงที่
6. ประมาณเงินทุนหมุนเวียน :ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ เจ้าหนี้การค้า เงินสดหมุนเวียน
7. ประมาณงบลงทุน เช่น ค่าอุปกรณ์ ค่าสิทธิการเช่า เป็นต้น
8. จัดทำงบการเงินล่วงหน้าประมาณ 5 ปี ได้แก่ งบกำไรขาดทุน งบดุล และงบกระแสเงินสด (แบบวิธีอ้อม)

บันไดขั้นสาม : หาเงินลงทุน

1. จัดทำเอกสารเพื่อเสนอให้กับนายทุน ซึ่งประกอบ แผนการตลาด แผนผังองค์กร งบกำไรขาดทุน งบแหล่งที่มาของเงิน แหล่งที่ใช้ไปของเงิน และงบกระแสเงินสด แบบกระแสเงินสดรับ-กระแสเงินสดจ่าย
2. กำหนดสัดส่วนเงินลงทุนของนายทุน และอำนาจในการบริหารงานของนายทุน
3. ขั้นตอนที่ชัดเจนในเรื่องการอนุมัติการเบิกจ่ายการลงทุนที่สำคัญ
4. จัดทำเอกสารการจ่ายเงินปันผลจากงบกระแสเงินสดรับจ่าย และคิดอัตราเงินปันผลต่อปี
5. แสดงให้เห็นว่าส่วนเหลือจากเงินปันผลก็ยังเป็นเงินร่วมกันของนายทุน และนำไปทำไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง
6. กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการร่วมลงทุน และขั้นตอนการติดต่อกลับ
7. หนังสือแสดงเจตจำนงว่าจะร่วมลงทุน และหนังสือสัญญาการร่วมลงทุนของผู้ถือหุ้น (ถ้ามี)
เหตุผลในบันไดขั้นสามเป็นการหาเงินจากนายทุน ไม่ใช่จากธนาคาร เนื่องจากปกติแบงก์จะปล่อยเงินกู้ให้แก่บริษัทฯ เมื่อบริษัทฯมีการดำเนินงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ดังนั้นในช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจจึงต้องหาเงินจากนายทุนเท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม : หากท่านต้องการจัดทำงบการเงินล่วงหน้าได้ด้วยตนเองโดยใช้ Excel สามารถหาอ่านได้จาก คู่มือ เขียนแผนธุรกิจ สร้างงบการเงินด้วยตนเอง ซึ่งมีจำหน่ายที่ www.mebmarket.com




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ควรตั้งเป้ายอดขายขั้นต่ำเท่าไหร่

ถาม : ตอนนี้ผมทำธุรกิจส่วนตัว และต้องการตั้งเป้าหมายการขายให้กับฝ่ายขาย อาจารย์พอจะมีวิธีที่ใช้ประมาณการขายหรือเปล่าครับ ตอบ : การตั้งเป้าหมายในการขายให้กับฝ่ายขาย เราสามารถคำนวณหาได้จากจุดคุ้มทุนขาย (Break-Even point of Sales) คือ ยอดขายที่ทำไม่มีผลกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ หรือ ยอดขายที่พอดีกับค่าใช้จ่ายของกิจการ หรืออีกนัยหนึ่ง คือยอดขายขั้นต่ำที่ต้องให้กับฝ่ายขาย โดยมีสูตรดังนี้                                              จุดคุ้มทุนขาย  =   ค่าใช้จ่ายคงที่                                                  ...

ต้นทุนเงินทุน (WACC)

ต้นทุนเงินทุน (Cost of Capital) หรือ ที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไป คือ WACC (Weighted Average Cost of Capital) หมายถึง ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของเงินทุน  มีประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่ควรลงทุนในโครงการใดบ้างของบริษัท เช่น คุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนในโครงการใหม่ของบริษัท เป็นต้น อีกทั้ง WACC นี้ยังสามารถใช้ในการคำนวณหามูลค่าของกิจการ (Enterprise Value) และมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value of Stock) ได้อีกด้วย WACC ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ประเภท คือ :- ประเภทที่ 1 ต้นทุนจากการเงินกู้ยืม หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (kd)   ประเภทที่ 2 ต้นทุนจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น  หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (ke) เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ WACC ขอยกตัวอย่างประกอบดังนี้ บริษัท A มีเงินทุนประกอบด้วย เงินกู้จากเจ้าหนี้ที่มีดอกเบี้ย 100 ล้านบาท และเงินทุนจากผู้ถือหุ้น 100 ล้านบาท ดังนั้นเงินทุนทั้งหมดของกิจการ A คือ เงินกู้จากเจ้าหนี้ฯ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น = 100 + 100 ล้านบาท เท่ากับ 200 ล...

แกะรอยมูลค่าหุ้นที่แท้จริง

มูลค่าหุ้นที่แท้จริง (Intrinsic Value per Share : IVPS ) ประกอบด้วยมูลค่าหลัก 3 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้ [การคำนวณหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นได้อธิบายแล้วในบทความก่อนหน้านี้] มูลค่าส่วนที่ 1 คือ มูลค่าหุ้นตามบัญชี (Book Value per Share : BVPS ) คำนวณได้ตามงบดุล หรือ ปัจจุบันเรียกกันว่า งบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งมีสมการดังนี้                                   มูลค่าหุ้นตามบัญชี = ส่วนของผู้ถือหุ้น                                                                    จำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว  มูลค...

กระบวนการลงทุนแนว VI

เขียนแผนธุรกิจ (Business Plan)

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์   หนังสือ E Book "เขียนแผนธุรกิจ สร้างงบการเงิน ด้วยตนเอง"      สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.mebmarket.com     เนื้อหาตัวอย่างการจัดทำงบกำไรขาดทุนล่วงหน้า (Pro Forma Income Statement) โดยใช้ Excel   ภาพที่ 1 : การแสดงสูตรการ Link ไฟล์ Excel     ภาพที่ 2 : ผลลัพธ์จากการคำนวณ   ภาพที่แสดงนี้เป็นเพียงบางส่วน ซึ่งในหนังสือยังสอนการสร้างงบดุลล่วงหน้า (Pro Forma Balance Sheet) และงบกระแสเงินสดล่วงหน้า (Pro Forma Cash Flow) ไว้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสอนการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน โดยใช้เครื่องมือทางการเงิน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ผลตอบแทนที่แท้จริงของการลงทุน (IRR) และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) แถมด้วยการวิเคราะห์งบการเงินโดยใช้อ้ตราส่วนทางการเงิน (Ratio Analysis) คุ้มจริงๆ อ่านเล่มเดียว เหมือนเข้าเรียนหลักสูตรการบริหารการเงินแทบทั้งหมด หนังสือเล่มนี้เป็นงาน Master Piece ชิ้นหนึ่ง และมันเป็นงานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล... และหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตของคุณเช่นเดียวที...