ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แบงก์เวลาปล่อยกู้พิจารณาจากอะไร

ถาม : ผมเปิดบริษัทฯและทำธุรกิจมาแล้วประมาณ 3 ปี ตอนนี้ผมกำลังคิดจะกู้เงิน แบงก์เวลาปล่อยกู้ เขาพิจารณาจากอะไรบ้างครับ

ตอบ : แบงก์จะใช้หลักการวิเคราะห์ 6C’s ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดอย่างย่อดังนี้

1) Character หมายถึง ลักษณะของผู้ขอกู้ หรือกรณีท่านคือ บริษัท ว่ามีความตั้งใจในการชำระหนี้หรือไม่ ซึ่งพิจารณาได้จาก ประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาของบริษัท ประวัติการถูกฟ้องร้องจากเจ้าหนี้ของบริษัท ความซื่อสัตย์และความมีธรรมภิบาลในการดำเนินธุรกิจของบริษัท เป็นต้น

2) Capacity หมายถึง ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอกู้ / บริษัท  ซึ่งพิจารณาได้จาก ความสามารถในการหารายได้ และความสามารถในการทำกำไรของบริษัท โดยดูได้จากงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้วจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

3) Capital หมายถึง ส่วนทุนของบริษัท โดยปกติแบงก์จะปล่อยกู้ไม่เกินส่วนทุนของบริษัท เหตุผลก็คือ แบงก์ต้องการให้ผู้ถือหุ้นซึ่งโดยมากก็จะเป็นเจ้าของกิจการ ไม่ทิ้งกิจการเวลาที่ธุรกิจประสบปัญหา ตัวอย่างเช่น ผู้ถือหุ้น/เจ้าของกิจการ ลงทุนเงิน 10 ล้านบาท แต่หากแบงก์ปล่อยกู้ให้แก่กิจการ 50 ล้านบาท จึงมีความเป็นไปได้ว่าเมื่อใดที่กิจการประสบปัญหาไม่ว่าจะเป็นการเสียตลาดให้กับคู่แข่ง หรือกิจการถูกฟ้องร้องจากลูกค้า หรือการต้องจ่ายค่าชดเชยจำนวนมากแก่พนักงาน เจ้าของสามารถตัดสินใจทิ้งกิจการได้อย่างไม่ต้องลังเล ในทำนองกลับกัน หากเจ้าของลงทุนเงิน 50 ล้านบาท แต่กู้เงินมาจากแบงก์เพียง 10 ล้านบาท เวลาที่กิจการประสบปัญหาตามที่กล่าวมาข้างต้น เจ้าของจะใช้ความพยายามมากกว่าในการแก้ปัญหา เนื่องจากเงินที่ใช้ในกิจการแทบทั้งหมดเป็นของเจ้าของเอง หลักเกณฑ์โดยทั่วไปแบงก์จะปล่อยกู้ไม่เกินส่วนทุน (ทุนที่ชำระแล้ว บวกด้วยกำไรสะสม)  เช่น ส่วนทุนเท่ากับ 10 ล้านบาท ดังนั้นแบงก์จะปล่อยกู้ไม่เกิน 10 ล้านบาท เป็นต้น

4) Collateral หมายถึง หลักประกันของบริษัท อันได้แก่ ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร ปกติแบงก์จะนำมาทรัพย์สินเหล่านี้มาจดจำนองเพื่อค้ำประกันวงเงินกู้เพื่อป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่กิจการประสบปัญหาไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ แบงก์ก็จะทำการยึดทรัพย์สินเหล่านี้มาขายทอดตลาดเพื่อจะนำเงินที่ได้มาจ่ายคืนหนี้ โดยปกติแต่ละแบงก์จะมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ว่าหลักประกันต้องเป็นร้อยละเท่าไหร่ของวงเงินกู้ เช่น แบงก์อาจกำหนดไว้ว่าที่ดินคิดเป็น 80% ของวงเงินกู้ ดังนั้นหากบริษัทต้องการกู้เงิน 80 ล้านบาท บริษัทต้องมีที่ดินซึ่งมีมูลค่าตามประเมินประมาณ 100 ล้านบาท มาเป็นหลักประกัน หรือกรณีเครื่องจักรอาจกำหนดไว้ว่า 50% ของวงเงินกู้ ดังนั้นหากบริษัทต้องการกู้เงิน 50 ล้านบาท บริษัทต้องมีเครื่องจักร 100 ล้านบาท มาเป็นหลักประกัน

5) Conditions หมายถึง สภาพธุรกิจและปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น บริษัทพึ่งเปิดโครงการโรงแรมใหม่ที่ภูเก็ต แต่ดันเจอะคลื่นยักษ์สึนามิถล่มทำให้โรงแรมพังทั้งหลัง กรณีนี้จะส่งผลต่อ Capacity ของบริษัท อาจทำให้บริษัทไม่สามารถจะชำระหนี้ได้ตามที่กำหนดไว้ อีกทั้งอาจส่งผลต่อ Collateral ของบริษัท ทำให้หลักประกันที่เป็นตัวอาคารของโรงแรมด้อยค่าลง หรือในกรณีที่เกิดการวิกฤตซับไพร์มขึ้นที่ประเทศอเมริกา อาจส่งผลต่อ  Capacity บริษัทที่ส่งออกไปประเทศอเมริกาได้

6) Country หมายถึง สภาพโดยรวมของประเทศลูกค้าของบริษัท ซึ่งประกอบด้วย เศรษฐกิจ การเมือง นโยบายการค้า เป็นต้น โดยแบงก์จะพิจารณา Country กรณีที่ปล่อยกู้ให้แก่บริษัทส่งออก ปกติแบงก์จะมีการให้การจัดอันดับ (Rating) ว่าประเทศใดบ้างมีความเสี่ยงจากมากไปหาน้อย ดังนั้นหากบริษัทส่งออกไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงสูง แบงก์อาจจะไม่ปล่อยสินเชื่อให้ เนื่องจากกังวลว่าการส่งออกนั้นอาจจะเป็นเก็บเงินไม่ได้ และเป็นหนี้สูญในที่สุด

เปิดเผยเคล็ดลับในการกู้เงินสามารถดูได้ที่ www.mebmarket.com






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ควรตั้งเป้ายอดขายขั้นต่ำเท่าไหร่

ถาม : ตอนนี้ผมทำธุรกิจส่วนตัว และต้องการตั้งเป้าหมายการขายให้กับฝ่ายขาย อาจารย์พอจะมีวิธีที่ใช้ประมาณการขายหรือเปล่าครับ ตอบ : การตั้งเป้าหมายในการขายให้กับฝ่ายขาย เราสามารถคำนวณหาได้จากจุดคุ้มทุนขาย (Break-Even point of Sales) คือ ยอดขายที่ทำไม่มีผลกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ หรือ ยอดขายที่พอดีกับค่าใช้จ่ายของกิจการ หรืออีกนัยหนึ่ง คือยอดขายขั้นต่ำที่ต้องให้กับฝ่ายขาย โดยมีสูตรดังนี้                                              จุดคุ้มทุนขาย  =   ค่าใช้จ่ายคงที่                                                  ...

ต้นทุนเงินทุน (WACC)

ต้นทุนเงินทุน (Cost of Capital) หรือ ที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไป คือ WACC (Weighted Average Cost of Capital) หมายถึง ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของเงินทุน  มีประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่ควรลงทุนในโครงการใดบ้างของบริษัท เช่น คุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนในโครงการใหม่ของบริษัท เป็นต้น อีกทั้ง WACC นี้ยังสามารถใช้ในการคำนวณหามูลค่าของกิจการ (Enterprise Value) และมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value of Stock) ได้อีกด้วย WACC ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ประเภท คือ :- ประเภทที่ 1 ต้นทุนจากการเงินกู้ยืม หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (kd)   ประเภทที่ 2 ต้นทุนจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น  หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (ke) เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ WACC ขอยกตัวอย่างประกอบดังนี้ บริษัท A มีเงินทุนประกอบด้วย เงินกู้จากเจ้าหนี้ที่มีดอกเบี้ย 100 ล้านบาท และเงินทุนจากผู้ถือหุ้น 100 ล้านบาท ดังนั้นเงินทุนทั้งหมดของกิจการ A คือ เงินกู้จากเจ้าหนี้ฯ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น = 100 + 100 ล้านบาท เท่ากับ 200 ล...

แกะรอยมูลค่าหุ้นที่แท้จริง

มูลค่าหุ้นที่แท้จริง (Intrinsic Value per Share : IVPS ) ประกอบด้วยมูลค่าหลัก 3 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้ [การคำนวณหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นได้อธิบายแล้วในบทความก่อนหน้านี้] มูลค่าส่วนที่ 1 คือ มูลค่าหุ้นตามบัญชี (Book Value per Share : BVPS ) คำนวณได้ตามงบดุล หรือ ปัจจุบันเรียกกันว่า งบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งมีสมการดังนี้                                   มูลค่าหุ้นตามบัญชี = ส่วนของผู้ถือหุ้น                                                                    จำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว  มูลค...

กระบวนการลงทุนแนว VI

เขียนแผนธุรกิจ (Business Plan)

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์   หนังสือ E Book "เขียนแผนธุรกิจ สร้างงบการเงิน ด้วยตนเอง"      สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.mebmarket.com     เนื้อหาตัวอย่างการจัดทำงบกำไรขาดทุนล่วงหน้า (Pro Forma Income Statement) โดยใช้ Excel   ภาพที่ 1 : การแสดงสูตรการ Link ไฟล์ Excel     ภาพที่ 2 : ผลลัพธ์จากการคำนวณ   ภาพที่แสดงนี้เป็นเพียงบางส่วน ซึ่งในหนังสือยังสอนการสร้างงบดุลล่วงหน้า (Pro Forma Balance Sheet) และงบกระแสเงินสดล่วงหน้า (Pro Forma Cash Flow) ไว้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสอนการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน โดยใช้เครื่องมือทางการเงิน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ผลตอบแทนที่แท้จริงของการลงทุน (IRR) และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) แถมด้วยการวิเคราะห์งบการเงินโดยใช้อ้ตราส่วนทางการเงิน (Ratio Analysis) คุ้มจริงๆ อ่านเล่มเดียว เหมือนเข้าเรียนหลักสูตรการบริหารการเงินแทบทั้งหมด หนังสือเล่มนี้เป็นงาน Master Piece ชิ้นหนึ่ง และมันเป็นงานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล... และหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตของคุณเช่นเดียวที...