ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประเมินมูลค่าหุ้น ตอนที่ 1

การประเมินมูลค่าหุ้นยอดนิยมได้ถูกแบ่งเป็น 2 วิธี ดังนี้

1) การประเมินมูลค่าหุ้น โดยใช้วิธีผลคูณ (Multiples Model) ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้

                                      มูลค่าหุ้น = P/E x EPS 1

     โดยที่ P/E คือ ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมหุ้นที่ต้องการลงทุน

              P คือ ราคาหุ้นในตลาดของอุตสาหกรรม

              E คือ  กำไรสุทธิต่อหุ้นปีหน้าของอุตสาหกรรม

              EPS 1 คือ กำไรสุทธิต่อหุ้นปีหน้าของหุ้นที่ต้องการลงทุน


     ตัวอย่าง : หุ้น D อยู่ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ สมมติให้อุตสาหกรรมนี้มีหุ้นทั้งหมด 3 ตัว ไม่รวมหุ้น D โดยแต่ตัวมีราคาหุ้น และกำไรสุทธิต่อหุ้นปีหน้า ดังต่อไปนี้

       หุ้น              ราคาหุ้น (บาท)          กำไรสุทธิต่อหุ้นปีหน้า (บาท)
                               P                                           E
                               
        A                    10                                         1.0
        
        B                    20                                         1.8

        C                    30                                         2.5  

   เราสามารถคำนวณหา P/E ของหุ้น A ได้ คือ 10/1.0  = 10 เท่า หุ้น B คือ 20/1.8 = 11 เท่า หุ้น C คือ 30/2.5 = 12 เท่า

               ดังนั้น ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมนี้ของ P/E = 10 + 11 + 12  = 11 เท่า
                                                                                             3

  สมมติว่าหุ้น D มีกำไรสุทธิต่อหุ้นปีหน้า (EPS 1) = 3 บาท ดังนั้นสามารถคำนวณหามูลค่าหุ้น A ได้ดังนี้

                           มูลค่าหุ้น = P/E x EPS 1    = 11 x 3 = 33 บาท

ข้อควรระวัง : การประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธีนี้ คือ การใช้กำไรเพียง 1 ปี เป็นการกำหนดมูลค่าหุ้นทั้งหมด ดังนั้น หากกำไรปีต่อๆไปมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จะส่งผลให้มูลค่าหุ้นผิดเพี้ยนไปอย่างมาก นอกจากนี้การใช้กำไรไม่ได้สะท้อนภาพของกระแสเงินสดได้อย่างแม่นยำเท่าที่ควร ซึ่งท่านสามารถทำความเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น โดยอ่าน คู่มือ สร้าง...วิเคราะห์ งบกระแสเงินสดด้วยตนเอง ที่ www.mebmarket.com

สำหรับการประเมินมูลค่าหุ้นวิธีที่ 2 คือ วิธีกระแสเงินสด (DCF Model) จะอธิบายอย่างย่อในบทความฉบับหน้า
                  



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ควรตั้งเป้ายอดขายขั้นต่ำเท่าไหร่

ถาม : ตอนนี้ผมทำธุรกิจส่วนตัว และต้องการตั้งเป้าหมายการขายให้กับฝ่ายขาย อาจารย์พอจะมีวิธีที่ใช้ประมาณการขายหรือเปล่าครับ ตอบ : การตั้งเป้าหมายในการขายให้กับฝ่ายขาย เราสามารถคำนวณหาได้จากจุดคุ้มทุนขาย (Break-Even point of Sales) คือ ยอดขายที่ทำไม่มีผลกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ หรือ ยอดขายที่พอดีกับค่าใช้จ่ายของกิจการ หรืออีกนัยหนึ่ง คือยอดขายขั้นต่ำที่ต้องให้กับฝ่ายขาย โดยมีสูตรดังนี้                                              จุดคุ้มทุนขาย  =   ค่าใช้จ่ายคงที่                                                  ...

ต้นทุนเงินทุน (WACC)

ต้นทุนเงินทุน (Cost of Capital) หรือ ที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไป คือ WACC (Weighted Average Cost of Capital) หมายถึง ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของเงินทุน  มีประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่ควรลงทุนในโครงการใดบ้างของบริษัท เช่น คุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนในโครงการใหม่ของบริษัท เป็นต้น อีกทั้ง WACC นี้ยังสามารถใช้ในการคำนวณหามูลค่าของกิจการ (Enterprise Value) และมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value of Stock) ได้อีกด้วย WACC ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ประเภท คือ :- ประเภทที่ 1 ต้นทุนจากการเงินกู้ยืม หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (kd)   ประเภทที่ 2 ต้นทุนจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น  หรือ ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (ke) เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ WACC ขอยกตัวอย่างประกอบดังนี้ บริษัท A มีเงินทุนประกอบด้วย เงินกู้จากเจ้าหนี้ที่มีดอกเบี้ย 100 ล้านบาท และเงินทุนจากผู้ถือหุ้น 100 ล้านบาท ดังนั้นเงินทุนทั้งหมดของกิจการ A คือ เงินกู้จากเจ้าหนี้ฯ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น = 100 + 100 ล้านบาท เท่ากับ 200 ล...

แกะรอยมูลค่าหุ้นที่แท้จริง

มูลค่าหุ้นที่แท้จริง (Intrinsic Value per Share : IVPS ) ประกอบด้วยมูลค่าหลัก 3 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้ [การคำนวณหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นได้อธิบายแล้วในบทความก่อนหน้านี้] มูลค่าส่วนที่ 1 คือ มูลค่าหุ้นตามบัญชี (Book Value per Share : BVPS ) คำนวณได้ตามงบดุล หรือ ปัจจุบันเรียกกันว่า งบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งมีสมการดังนี้                                   มูลค่าหุ้นตามบัญชี = ส่วนของผู้ถือหุ้น                                                                    จำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว  มูลค...

กระบวนการลงทุนแนว VI

เขียนแผนธุรกิจ (Business Plan)

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์   หนังสือ E Book "เขียนแผนธุรกิจ สร้างงบการเงิน ด้วยตนเอง"      สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.mebmarket.com     เนื้อหาตัวอย่างการจัดทำงบกำไรขาดทุนล่วงหน้า (Pro Forma Income Statement) โดยใช้ Excel   ภาพที่ 1 : การแสดงสูตรการ Link ไฟล์ Excel     ภาพที่ 2 : ผลลัพธ์จากการคำนวณ   ภาพที่แสดงนี้เป็นเพียงบางส่วน ซึ่งในหนังสือยังสอนการสร้างงบดุลล่วงหน้า (Pro Forma Balance Sheet) และงบกระแสเงินสดล่วงหน้า (Pro Forma Cash Flow) ไว้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสอนการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน โดยใช้เครื่องมือทางการเงิน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ผลตอบแทนที่แท้จริงของการลงทุน (IRR) และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) แถมด้วยการวิเคราะห์งบการเงินโดยใช้อ้ตราส่วนทางการเงิน (Ratio Analysis) คุ้มจริงๆ อ่านเล่มเดียว เหมือนเข้าเรียนหลักสูตรการบริหารการเงินแทบทั้งหมด หนังสือเล่มนี้เป็นงาน Master Piece ชิ้นหนึ่ง และมันเป็นงานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล... และหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตของคุณเช่นเดียวที...